ือนจะ…”
ทันใดนั้นเจียนจื่อเต้าก็พูดขัดขึ้นมาทันที “ข้าเคยบอกหรือว่าจะสนับสนุนเขา?”
พ่อบ้านชราพลันชะงักไป ครั้นได้สติจึงกล่าวว่า “แล้วสิ่งที่ท่านพูดกับเขาก่อนหน้านี้…”
เจียนจื่อเต้ายิ้มบาง “หากไม่ให้ความหวังเขาสักหน่อย แล้วเขาจะยอมเป็นเครื่องมือของพวกเราได้อย่างไร”
รุ่งเช้าวันถัดมา ตั้งแต่เช้าตรู่รถม้าหรูหราคันหนึ่งก็ปรากฏขึ้นนอกจวนอัครเสนาบดี
ภายในรถม้า
“น้องรอง เมื่อวานเจ้าพูดกับเขาชัดเจนแล้วจริงๆ หรือ?” จ้าวเหนียนเอ่ยถามน้องชายคนรองที่กำลังก้มหน้าอยู่ เมื่อได้ยินคำถามนั้น จ้าวซุ่ยก็เอ่ยด้วยสีหน้าจริงใจ
“เสด็จพี่โปรดวางพระทัย ข้าได้อธิบายทุกอย่างแล้ว พี่ใหญ่เพียงแค่ถูกคนชั่วหลอกใช้เท่านั้น”
จ้าวเหนียนสูดหายใจเข้าลึก “ถ้าเช่นนั้นก็ไปพบเขากันเถอะ” เป็นการอดทนไว้เพียงชั่วคราวเท่านั้น รอจนกว่าจะผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไป เมื่อเขาได้ขึ้นครองราชบัลลังก์อย่างแท้จริงแล้ว ก็จะถึงเวลากวาดล้างทุกสิ่ง
หลังจากมีคนไปแจ้งแล้ว จ้าวเหนียนและจ้าวซุ่ยก็เข้าสู่จวนอัครเสนาบดีได้อย่างง่ายดาย เดินทางไปอย่างราบรื่นไร้อุปสรรคจนมาถึงหน้าห้องโถงใหญ่ของจวนอัครเสนาบดี ส่วนเจียนจื่อเต้าเองก็รออยู่หน้าห้องโถงใหญ่มานานแล้ว เมื่อเห็นเจียนจื่อเต้า จ้าวเหนียนก็กระแอมไปเบา ๆ ก่อนจะก้าวไปข้างหน้า ประสานมือคำนับ “อัครเสนาบดี…”
ฉึก!
จ้าวเหนียนยังพูดไม่ทันจบ ทันใดนั้นจู่ ๆ เขาก็รู้สึกเย็นวาบที่กลางหลัง ตามมาด้วยความรู้สึกเจ็บ