น่าเป็นห่วง”
“วันนี้เรารู้สึกยินดีเรื่องที่พวกเจ้ารายงานมาทั้งหมด เราได้จดจำไว้แล้ว รอประชุมเสร็จสิ้นเราจะพิจารณารางวัลให้”
“ยังจะมีใครจะรายงานเรื่องใดอีกหรือไม่”
“หากมีจงรีบรายงานมา”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เหล่าขุนนางก็ต่างมองหน้ากันแต่ไม่มีผู้ใดก้าวออกมา ผู้ที่มีหูตาร่อมเห็นว่าร่างกายของฮ่องเต้มีปัญหา หากยามนี้ผู้ใดกล้าก้าวออกมาถ่วงเวลาก็เกรงว่าคงจะถูกกำจัดในพริบตา
“จ้าวจง”
ทันใดนั้นจ้าวจงก็พยักหน้ารับแล้วประกาศเสียงดัง “เลิกประชุม!”
หลังทุกคนออกจากพระที่นั่งไท่เหอแล้ว พวกเขาก็ยังไม่รีบจากไป เหล่าขุนนางกว่าครึ่งต่างห้อมล้อมเจียนจื่อเต๋าทั้งซ้ายและขวา เมื่อราชสำนักมีปัญหา เจียนจื่อเต๋าก็กลายเป็นศูนย์กลางของทุกคน เจียนจื่อเต๋าเอ่ยปลอบเสียงเบา “พอเถิด ฝ่าบาทตรัสว่าไม่มีปัญหาก็คือไม่มีปัญหา ทุกท่านจงกลับไปอย่างวางใจเถิด”
อีกด้านหนึ่ง รอบกายหลี่เต้าเองก็มีขุนนางกลุ่มหนึ่งกำลังห้อมล้อมอยู่เช่นกัน เมื่อเทียบกับเจียนจื่อเต๋าที่คิดถึงแต่ตัวเอง หลี่เต้าและคนอื่น ๆ ต่างกำลังรวมตัวกันเพื่อปรึกษาหารือ
“พระวรกายฝ่าบาทดูไม่สู้ดีอย่างเห็นได้ชัด ไม่รู้ว่าเป็นอะไรกันแน่”
“ฝ่าบาทยังทรงอยู่ในวัยฉกรรจ์ น่าจะไม่มีปัญหาอะไรกระมัง ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยได้ยินว่าฝ่าบาทมีโรคประจำตัว”
“หวังว่าคงไม่เกิดเรื่องใหญ่อะไร มิเช่นนั้นต่อไปอาจเกิดเรื่องใหญ่จริงๆ”
ท่ามกลางการถกเถียงของทุกคน หลี่เต้าไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไร คน