ฮ่องเต้พลันมีสีหน้ามืดครึ้มก่อนจะกล่าวว่า “พวกโจรสลัดในทะเลพวกนั้นก่อเรื่องวุ่นวายอะไรอีก?”
เมื่อได้ยินดังนั้นขุนนางผู้ทูลรายงานก็รีบตอบว่า “ฝ่าบาท พระองค์เข้าใจพระทัยผิดแล้วพะยะค่ะ”
“เข้าใจผิด?” ฮ่องเต้แสดงสีหน้าสงสัย “มีอะไรที่เข้าใจผิด”
ขุนนางผู้ทูลรายงานประสานมือคำนับกล่าวว่า “ฝ่าบาท ค่ายทหารแห่งจี๋โจว หลังจากเผชิญหน้ากับแคว้นหมู่เกาะมาหลายปี ในที่สุดก็สามารถปราบโจรสลัดบนหมู่เกาะให้ยอมจำนนได้แล้วพะยะค่ะ”
“แคว้นหมู่เกาะได้ส่งหนังสือขอยอมแพ้มายังราชวงศ์ต้าเฉียนของเรา และประกาศว่าจะยอมเป็นเมืองขึ้นภายใต้ราชวงศ์ต้าเฉียนของเราแล้ว”
“นับจากนี้ไป จี๋โจวของราชวงศ์ต้าเฉียนจะไม่มีภัยจากโจรสลัดอีกต่อไป”
เมื่อคำพูดนี้ถูกเอ่ยออกมา ทั้งท้องพระโรงก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้นอีกครั้ง ภัยจากโจรสลัดในจี๋โจวนั้นมีมาตั้งแต่ช่วงเริ่มก่อตั้งราชวงศ์ แต่บัดนี้ค่ายทหารจี๋โจวสามารถทำให้โจรสลัดยอมจำนนได้ จึงนับเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง
“เจ้าพูดความจริงหรือ?” ฮ่องเต้แสดงสีหน้าไม่อยากเชื่อ
ขุนนางผู้ทูลรายงานล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อแล้วหยิบสิ่งที่ดูคล้ายฎีกาออกมา ก่อนจะกล่าวว่า “สิ่งที่กระหม่อมนำมาถวายคือหนังสือยอมจำนนและหนังสือขอเป็นเมืองขึ้นจากแคว้นหมู่เกาะพะยะค่ะ”
“รีบนำขึ้นมา”
จากนั้นจ้าวฉงก็ก้าวลงจากบันไดมังกรเพื่อหยิบฎิกาสองฉบับนั้นขึ้นมา หลังจากตรวจสอบดูแล้วเขาก็ส่งให้กับฮ่องเต้ ฮ่องเต้พลิกอ่านดู