อกไปโดยไม่รู้ตัวว่าเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ก็เป็นลูกสาวของเขาเช่นกัน แต่เมื่อคิดดูอย่างถี่ถ้วนแล้ว เขาก็ตัดสินใจอดทนเอาไว้ก่อน หากเปิดเผยตัวตนออกไปตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าองค์หญิงหมิงเยว่จะมีปฏิกิริยาอย่างไร อย่างไรเสียเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ก็อยู่กับมารดาของนาง เขาก็ไม่จำเป็นต้องกังวลอะไร
“เอาละ รอให้พระองค์ทะลวงขั้นเสียก่อน แล้วกระหม่อมค่อยมาพบเสี่ยวอวี่เอ๋อร์”
“ได้”
แม้ปากจะพูดเช่นนั้น แต่ในใจขององค์หญิงหมิงเยว่กลับไม่เห็นด้วยเลยสักนิด จะให้เขามาเจอกับเสี่ยวอวี่เอ๋อร์อีกงั้นหรือ ฝันไปเถอะ องค์หญิงหมิงเยว่คิดไว้แล้วว่าหลังจากทะลวงขั้นเสร็จ นางจะไปหาฮ่องเต้ ผู้ว่าการดินแดนทางใต้ผู้สูงศักดิ์จะมามัวอยู่แต่ในเมืองหลวงได้อย่างไรกัน หรือไม่ก็ให้ซานเหนียงเร่งมือสักหน่อย
ชอบเด็กนักไม่ใช่หรือ หากมีความสามารถก็ไปมีลูกเองเถิด หลังจากออกจากตำหนักขององค์หญิงหมิงเยว่ หลี่เต้าก็กำลังเดินอย่างสบายอารมณ์อยู่บนระเบียงทางเดินยาวที่เชื่อมจากวังหลวงสู่ด้านนอก ในตอนนั้นเองได้มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นทางด้านหลังของเขา
“ท่านอูอันกง ท่านอูอันกง”
“โปรดหยุดก่อน”
เมื่อได้ยินเสียงนั้น หลี่เต้าก็หยุดฝีเท้าและหันกลับไปมองโดยไม่รู้ตัว เขาเห็นเพียงชายในชุดขันทีผู้หนึ่งกำลังวิ่งรนรานมาทางเขา เมื่อเห็นหลี่เต้าหยุดเท้าแล้ว ขันทีก็รีบวิ่งเข้ามาหาในทันที
“ท่านอูอันกง ในที่สุดก็พบท่านเสียที”
“ท่านคือ… ขันทีจ้าวอี๋?”
เมื่อมองเห็นใบหน้าของขันทีได