์นั้นขึ้น เขาก็ได้จัดวางคนไว้รอบกายองค์หญิงหมิงเยว่มากมาย หากเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นมาไม่จำเป็นต้องรอให้องค์หญิงหมิงเยว่ส่งคนมาแจ้ง ทางนี้ก็รู้เรื่องแล้ว แต่หากหมิงเยว่เอ่ยปากบอกเขามาเช่นนี้ เช่นนั้นไม่ใช่ก็เป็นใช่ได้
อย่างไรเสียก็ไม่ได้จะเอาชีวิตองค์ชายห้า ในฐานะพ่อที่รักบุตรสาวเป็นพิเศษ เขาจะจัดการอย่างไรก็ไม่ถือว่าเกินเลย เมื่อเห็นฮ่องเต้ยืนยันความจริงเช่นนั้น ไทเฮาจึงจ้องมองไปยังฮ่องเต้ตรง ๆ ฮ่องเต้เองก็ไม่ยอมถอยเช่นกัน เขาจ้องกลับไปตรง ๆ ในที่สุดไทเฮาก็เป็นฝ่ายหลบสายตาไปก่อน นางสูดหายใจลึกแล้วเอ่ยว่า “แล้วเชียวเอ๋อร์ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง”
ฮ่องเต้ตอบว่า “หลังจากเจ้าลูกอกตัญญูผู้นั้นก่อความผิด ก็วิ่งหนีจนหัวฟาดนอนสลบไสลอยู่”
“แต่เสด็จแม่ไม่ต้องเป็นกังวลไป เราได้ส่งคนไปดูแลเขาโดยเฉพาะแล้ว หากเขาฟื้นขึ้นมา เราก็จะรู้เป็นคนแรก”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นไทเฮาก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง นางได้ตัดสินใจเช่นเดียวกับฮ่องเต้ นางเห็นด้วยว่าการที่จ้าวเชียวสลบไปนั้นเป็นเพราะเขากำลังหลบเลี่ยงการถูกลงโทษ แน่นอนนางรู้ดีถึงความสำคัญขององค์หญิงหมิงเยว่ในใจของฮ่องเต้ ข้อกล่าวหาเช่นนี้อาจไม่ถึงกับเอาชีวิตจ้าวเชียว แต่ก็ต้องทำให้เขาเจ็บปวดไม่น้อย
สิ่งที่ไทเฮาให้ความสนใจไม่ใช่เรื่องเหล่านี้ แต่เป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ต่างหาก จ้าวเชียวในใจของฮ่องเต้คงไม่มีหวังแล้ว การกระทำครั้งนี้ของฮ่องเต้นับว่าชัดเจนมาก ใ