้าพลางกล่าว “ไม่เป็นไร เสี่ยวอวี่เอ๋อร์เคยพบอูอันกงมาแล้ว ทั้งสองคนก็ถือว่าคุ้นเคยกันดี”
อันที่จริงแล้วไม่ใช่แค่คุ้นเคยเท่านั้น สองสามวันเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ก็จะพูดกับนางว่าอยากเจอหลี่เต้า
เพียงแต่นางรู้สึกหวงลูกจึงไม่เคยตกลง เมื่อได้ยินชื่อเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ ดวงตาของหลี่เต้าก็เผยแววคาดหวังออกมาเล็กน้อย บางเรื่องต้องรอจนกว่าจะได้พบตัวจริงถึงจะเข้าใจได้กระจ่าง หลังจากออกจากเงื่อนของจ้าวเชียว
หลี่เต้าก็นั่งรถม้าของเถียซานเหนียง ส่วนเถียซานเหนียงไปนั่งรถม้าคันเดียวกันกับองค์หญิงหมิงเยว่ ระหว่างทางไปยังจุดหมาย ดวงตาขององค์หญิงหมิงเยว่จับจ้องมองเถียซานเหนียงอยู่ตลอดเวลา
เมื่อนึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างองค์หญิงหมิงเยว่กับหลี่เต้าแล้ว เถียซานเหนียงก็มักจะมีความรู้สึกแปลก ๆ ว่าตนเองเป็นฝ่ายด้อยกว่าอย่างบอกไม่ถูก ดูเหมือนว่าองค์หญิงหมิงเยว่ตรงหน้าคือภรรยาเอก ส่วนนางเป็นเพียงแค่คนนอก อันที่จริงแล้วหากมองในแง่หนึ่งคำพูดนี้ก็ถูกต้อง สุดท้ายเถียซานเหนียงก็ทนถูกจ้องมองไม่ไหว จึงเอ่ยปากขึ้นว่า “หมิงเยว่ เจ้ากำลังมองอะไรอยู่?”
องค์หญิงหมิงเยว่พลันแย้มยิ้มขึ้นมาทันที “ข้ากำลังมองสตรีผู้หนึ่งที่กำลังตกอยู่ในห้วงรัก ตอนนั้นใครกันนะที่เคยบอกว่าไม่ชอบอูอันกง”
ใบหน้าเถียซานเหนียงแดงก่ำ นางแย้งกลับไปว่า “อย่าพูดเหลวไหล ตอนนั้นข้าไม่ได้บอกว่าชอบ แต่ก็ไม่ได้บอกว่าไม่ชอบ”
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนึกถึงว่าหมิงเยว่เคยม