ียบร้อยแล้ว ทั้งสามคนจึงนั่งลงในห้องโถงใหญ่
หลังจากหยุดพักกัน เถียซานเหนียงก็เอ่ยปากถามออกมาในที่สุด “หมิงเยว่ ข้าไม่คิดว่าวรยุทธ์ของเจ้าจะล้ำลึกถึงเพียงนี้ ข้าจำได้ว่าก่อนอายุสิบแปดปีเจ้าไม่เคยแตะต้องการฝึกวิชายุทธ์เลย”
องค์หญิงหมิงเยว่เหลือบตามองเถียซานเหนียงก่อนจะแค่นเสียงเบา ๆ “ซานเหนียง เจ้าก็ไม่ได้จริงใจเช่นกัน ภายนอกทำเป็นไม่สนใจการฝึกยุทธ์ แต่บัดนี้กลับฝึกจนถึงระดับเซียนเทียนขั้นสูงสุดโดยไม่รู้ตัว ข้าเห็นว่าอีกไม่นานเจ้าก็จะสามารถทะลวงถึงระดับปรมาจารย์ได้แล้ว”
“เมื่อเทียบกับเหล่าอัจฉริยะผู้มีชื่อเสียงในยุทธภพก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย”
เถียซานเหนียงพูดไม่ออก
สุดท้ายหญิงสาวทั้งสองก็สบตากกันครู่หนึ่ง แล้วจากนั้นพลันหัวเราะออกมาพร้อมกัน องค์หญิงหมิงเยว่เอ่ยเสียงเบาว่า “ข้ามีโอกาสอื่น ตอนนี้ยังไม่สะดวกจะบอกเจ้า”
เถียซานเหนียงตอบว่า “ส่วนสถานการณ์ของข้าเจ้าก็ทราบดี ที่ข้าพยายามบำเพ็ญก็เพื่อจะได้มีไพ่ตายใบสุดท้ายไว้พลิกชีวิตเท่านั้น”
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในวันนี้ นางจึงเงยหน้าขึ้นกล่าวว่า “หมิงเยว่ เรื่องวันนี้จะไม่มีปัญหาจริงหรือ? หากข้าจำไม่ผิด เบื้องหลังองค์ชายห้ามีไทเฮาอยู่ อีกทั้งยังมีอำนาจอื่น ๆ อีกไม่น้อย”
“หากทำไม่ได้จริงๆ เจ้าก็เปิดเผยเรื่องของข้าไปเถิด อย่าให้ข้าต้องมาเป็นภาระของเจ้าเลย ด้วยความสามารถของตระกูลเถียแล้ว การจะซ่อนคนสักคนก็ย่อมไม่ใช่เรื่องยาก”
หมิงเยว่เหลือบตา