ข้าขอยอมรับผิด ข้ายินดีขอขมาและกล่าวคำขอโทษต่อคุณหนูเถียด้วย”
องค์หญิงหมิงเยว่ก้มมองจ้าวเชียวพลางเอ่ยเสียงเบา
“เช่นนั้นข้าจะลงโทษเจ้าด้วยการให้ปิดใจและครุ่นคิด”
ปิดใจและครุ่นคิด?
เขาเคยได้ยินแต่การปิดประตูและครุ่นคิด แต่จากความหมายของสองคำนี้แล้ว มันก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่ คงไม่มีอะไรร้ายแรงกระมัง แต่ก่อนที่จ้าวเชียวจะทันได้ตอบสนอง แสงสีม่วงสายหนึ่งก็พุ่งออกมาจากปลายนิ้วขององค์หญิงหมิงเยว่ และพุ่งตรงเข้าสู่กลางหว่างคิ้วของจ้าวเชียวทันที ตึบ!
ทันใดนั้นจ้าวเชียวก็หลับตาลงและล้มฟุบลงกับพื้นในทันที
“นี่มัน…”
หลี่เต้าไม่เชื่อว่าองค์หญิงหมิงเยว่จะจัดการอย่างขอไปทีเช่นนี้ จากนั้นองค์หญิงหมิงเยว่ก็เงยหน้าขึ้นกล่าวว่า “เขาจะยังมีชีวิตอยู่ แต่นับจากนี้ไปร่างกายของเขาจะยังคงมีสติรับรู้ แต่มันจะหลับใหลไปจนกว่าอายุขัยจะหมดสิ้น เช่นนี้เจ้าคงพอใจแล้วกระมัง”
หลี่เต้าพลันชะงักไป เมื่อได้สติเขาก็หันไปมองจ้าวเชียวที่นอนสลบอยู่ การลงโทษเช่นนี้ทรมานยิ่งกว่าการฆ่าจ้าวเชียวให้ตายไปเสียอีก ในชั่วพริบตาต่อมา พลังปราณโลหิตก้อนใหญ่ก็ได้รวมตัวกันในฝ่ามือของหลี่เต้า ก่อนที่เขาจะปล่อยมันเข้าสู่ร่างของจ้าวเชียว
องค์หญิงหมิงเยว่พลันขมวดคิ้วถาม “เจ้าไม่เชื่อใจข้า?”
หลี่เต้าส่ายหน้าก่อนจะอธิบายว่า “วางใจเถิด พลังนั้นไม่มีอันตรายแต่อย่างใด กลับจะช่วยทำให้องค์ชายห้ามีอายุยืนยาว หากโชคดีอาจช่วยให้องค์ชายห้าได้ทะลวงขั้น