หลังจากที่ทุกอย่างได้รับการอธิบายแล้ว เถียซานเหนียงก็รู้สึกดีขึ้นกว่าตอนที่เพิ่งมาถึงมาก สายตาที่มองไปยังหลี่เต้าก็เปลี่ยนจากความคลุมเครือในอดีตกลายเป็นความชัดเจนและมีความรู้สึกแฝงอยู่ มีเพียงเวลาที่นึกถึงหมิงเยว่ขึ้นมาเท่านั้นที่ทำให้มีความรู้สึกซับซ้อนขึ้นมา หลี่เต้านั่งอยู่ด้านข้าง เขาจิบชาพลางฟังการสนทนาของหญิงสาวทั้งสองอย่างเงียบ ๆ จะพูดเพียงสองสามคำก็ต่อเมื่อถูกเอ่ยถึงเท่านั้น ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด
เถียซานเหนียงจับมือของหลี่ชิงเอ๋อร์พลางกล่าวด้วยสีหน้าเป็นห่วงว่า “ไม่นึกเลยว่าชิงเอ๋อร์ได้ผ่านความทุกข์มามากมายถึงเพียงนี้”
หลี่ชิงเอ๋อร์ไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องเหล่านี้ สำหรับนางแล้วขอเพียงได้พบกับพี่ชายอีกครั้งทุกอย่างก็คุ้มค่าแล้ว อีกอย่างนางก็ถือว่าโชคร้ายกลับกลายเป็นโชคดี เพราะด้วยพรสวรรค์ของนางในอดีต หากฝึกบำเพ็ญไปทั้งชีวิต การจะบรรลุให้ถึงระดับปรมาจารย์ก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว แต่เพราะมรดกจากเทพีศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักปราบสวรรค์ ระดับมหาราชาปรมาจารย์ก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น หากพยายามอีกนิดก็มีโอกาสที่จะบรรลุถึงระดับเทพมนุษย์ได้ในอนาคต ได้แต่กล่าวว่าโชคดีหรือโชคร้ายก็ไม่มีใครรู้ได้ เมื่อรับรู้ถึงความห่วงใยและเอาใจใส่อย่างจริงใจจากพี่สาวร่วมสาบาน หลี่ชิงเอ๋อร์จึงยิ้มบางพลางกล่าวว่า “ซานเหนียงเจ้าวางใจได้ ข้าจะยืนอยู่ฝั่งเดียวกับเจ้าและหมิงเยว่อย่างแน่นอน”
เมื่อได้ยินคำพูดน