ี้ เถียซานเหนียงก็ชำเลืองมองไปทางหลี่เต้า ใบหน้างามแดงระเรื่อขึ้นมาอีกครั้ง จากนั้นหลี่ชิงเอ๋อร์ก็หันไปมองพี่ชายของนางแล้วกล่าวว่า “พี่ชาย เรื่องที่ซานเหนียงเสนอมาเมื่อครู่ พี่คิดเห็นอย่างไรบ้าง”
เมื่อได้ยินดังนั้น ถ้วยชาในมือของหลี่เต้าก็พลันชะงักไป เขาวางมันลงก่อนจะเอ่ยว่า “พวกเจ้าจัดการชีวิตข้าไปถึงเพียงนี้แล้วหรือ”
หลี่ชิงเอ๋อร์เอามือเท้าสะเอวพลางกล่าว “นี่ท่านได้กำไรใหญ่แล้วนะ ท่านรู้หรือไม่ว่าคู่โฉมงามแห่งเมืองหลวงนั้นเกินเอื้อมเพียงใด”
หลี่เต้าชายตามมองน้องสาวของตนเองอย่างระอา หากเขาไม่เข้าใจแล้วใครจะเข้าใจ เขาจึงกล่าวว่า “เอาละ เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องกังวลใจ เดี๋ยวข้าจะจัดการเอง”
สำหรับเรื่องการเกี้ยวองค์หญิงหมิงเยว่นั้น หลี่เต้าก็มิใช่ว่าไม่สนใจ เพียงแต่ความสนใจนั้นยังไม่มากพอที่จะต้องเป็นนางเท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นเพราะสัญชาตญาณความเป็นเจ้าของในกระดูกบุรุษเพศกำเริบขึ้นมา ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องการจะรู้มากกว่าก็คือปัญหาอีกเรื่องหนึ่ง หลังจากนั้นเถียซานเหนียงจึงได้นั่งเล่นอยู่ที่จวนอูอันกงอีกครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นบอกลา
“ข้าจะเข้าวังสักหน่อย จะช่วยท่านไปสืบดูท่าทีของหมิงเยว่” เถียซานเหนียงเอ่ยปาก
หลี่เต้าลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็พูดว่า “อย่าฝืนตัวเองเลย”
เถียซานเหนียงหัวเราะเบา ๆ “ข้าไม่ได้ฝืนอะไรหรอก”
เมื่อหลี่เต้าเห็นเถียซานเหนียงมีสีหน้าจริงจัง เขาจึงไม่พูดอะไรมาก
หลังจากนั้นเ