ือน ภาพตรงหน้าก็ทำให้หลิวซานมีสีหน้าซีดเผือด ที่ไม่ไกลนักบนลานโล่งมีเสาไม้ปักอยู่สิบกว่าต้น บนเสาไม้แต่ละต้นมีผู้คนถูกล่ามด้วยโซ่เหล็กอยู่ พวกเขามีทั้งชายหญิงทั้งเด็กและคนชรา แต่ขณะนี้ร่างกายของคนส่วนใหญ่กลับเต็มไปด้วยเลือด ทรุดลมหายใจรวยริน บางคนถึงกับสิ้นใจไปแล้ว ชายหนุ่มในอาภรณหรูหรากำลังถือแส้ยาวที่มีหนามแหลมคมฟาดใส่ชายผู้หนึ่งอย่างรุนแรง
เพียงฟาดครั้งเดียวเท่านั้น แผลก็ลึกจนเห็นกระดูก ชายผู้นั้นร้องด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสทันใด
“องค์ชาย บ่าวไม่กล้าแล้ว บ่าวไม่กล้าอีกแล้วจริงๆ ล้วนเป็นความผิดของบ่าวที่บังอาจเด็ดดอกไม้ในสวนของท่าน ขอองค์ชายได้โปรดละเว้นด้วย”
“ไม่กล้าแล้วหรือ?”
องค์ชายห้าหรือก็คือจ้าวเชียว พลันแสยะยิ้มอำมหิตพลางเอ่ยว่า “ทุกสิ่งในจวนแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ใบหญ้า แม้แต่มดสักตัวก็ล้วนแต่เป็นของข้า พวกเจ้าที่เป็นแค่บ่าวไพร่มีสิทธิ์อันใดมาแตะต้อง”
“การมาแตะต้องของของข้าจะต้องถูกลงโทษ ข้าเองก็ไม่ได้เรียกร้องมากเกินไป สิบทีเท่านั้น ถ้าเจ้าทนได้ครบสิบที ข้าจะละเว้นโทษให้”
พอพูดจบ จ้าวเชียวก็ยกแส้ขึ้นฟาดอีกครั้ง เขาฟาดติดต่อกันแปดทีจนครบเก้าทีแล้วจึงหยุด ในขณะนั้นชายตรงหน้าผู้นั้นก็แทบไม่เหลือลักษณะความเป็นมนุษย์แล้ว ทั่วร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลลึกถึงกระดูก ลมหายใจรวยริน เหลือเพียงลมหายใจเฮือกสุดท้าย
“ดูท่าทางเจ้าคงทนรับการเฆี่ยนครั้งสุดท้ายนี้ไม่ไหวแล้ว” จ้าวเชียวเอ่ยปา