ก็เปลี่ยนสีหน้าในทันที หลังจากซุกเงินไว้ในอกเรียบร้อย สีหน้าก็อ่อนลงมาก เขาเอ่ยปากว่า “ได้ คนเรามีเรื่องด่วนสามอย่าง หากทนไม่ไหวก็ไปเถอะ”
“แต่เจ้าต้องรีบหน่อย ทุกครึ่งชั่วโมงมีการตรวจตรา หากเจ้าถูกจับได้ก็อย่าโทษว่าข้าไม่เตือน”
หลิวซานจึงรีบโบกมือพลางกล่าว “ไม่ใช่ความผิดของท่าน ที่ถูกจับก็เพราะข้าโชคร้ายเอง”
หลังจากทิ้งคำพูดประโยคสุดท้ายเอาไว้ เขาก็รีบเดินหนีออกไปทางประตูด้านข้างอย่างรวดเร็ว เมื่อหลิวซานออกมาจากประตูนั้นแล้ว เขาก็ผ่อนคลายร่างกายทันที แต่แทนที่จะไปส้วม เขากลับวิ่งเหยาะ ๆ ไปยังจวนหรูหราแห่งหนึ่งในเมืองหลวง หลังจากมองซ้ายมองขวาอย่างระมัดระวังแล้ว เขากระซิบบางอย่างกับยามสองนายที่เฝ้าประตูจวน จากนั้นยามทั้งสองก็พยักหน้าแล้วเปิดประตูให้หลิวซานเข้าไปอย่างเงียบ ๆ
หลังจากเข้าไปในจวน หลิวซานก็ถูกนำตัวมาถึงลานเรือนแห่งหนึ่งอย่างรวดเร็ว ยังไม่ทันได้เข้าใกล้ เสียงร้องโหยหวนก็ดังเข้าหูหลิวซาน ทำให้เขารู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมาราวกับรู้สึกได้ พ่อบ้านที่นำทางจึงหันมากล่าวด้วยเสียงเรียบ “เจ้าหนู เจ้าคงรู้ดีว่าอะไรไม่ควรได้ยิน อะไรไม่ควรเห็น”
“รู้ขอรับ รู้แล้วขอรับ ข้าน้อยเข้าใจดี”
หลิวซานพยักหน้าหงึก ๆ
“รู้ก็ดี หากเจ้าพลาดพลั้งล่วงเกินหรือพูดอะไรผิดไป ก็อย่าได้มาโทษว่าข้าไม่เตือน”
หลังพูดจบ พ่อบ้านผู้นั้นก็พาหลิวซานเดินเข้าไปในลานเรือนที่มีเสียงร้องโหยหวนดังออกมา เมื่อเดินเข้าไปในลานเร