หลี่เต้าไม่ใช่คนใจโลเล ชอบก็คือชอบ ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ ยิ่งไปกว่านั้นเถียซานเหนียงยังเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน ซึ่งในโลกที่คล้ายกับยุคโบราณเช่นต้าเฉียนนี้ ถือเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่ง เมื่อเถียซานเหนียงได้ยินคำตอบของหลี่เต้า ในหัวของนางก็พลันว่างเปล่าไปหมด อารมณ์ความรู้สึกพลุ่งพล่านจนไม่รู้จะแสดงออกอย่างไร นางได้แต่กอดหลี่เต้าเอาไว้แน่นขึ้นกว่าเดิม
ทั้งสองคนกอดกันอยู่เช่นนั้นครู่หนึ่ง จนกระทั่งเถียซานเหนียงสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง ใบหน้างามพลันแดงระเรื่อขึ้นมา นางผลักตัวหลี่เต้าออกอย่างแรงทันทีแล้วเบือนหน้าหนี ไม่กล้าให้เขาเห็นสีหน้าของตน ส่วนหลี่เต้าเองก็รู้สึกได้เช่นกัน แต่สีหน้าของเขาไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก เพราะนี่ก็ถือเป็นปฏิกิริยาปกติ หรืออาจเป็นเพราะชีวิตในอดีตที่เคยเป็นคุณชายเสเพล ทำให้เขาไม่แสดงท่าทีเก้อเขินเหมือนชายหนุ่มไร้เดียงสาออกมา หลังจากผ่านไปสักพักหลี่เต้าก็เป็นฝ่ายปรับอารมณ์ได้ก่อน เขาจึงเอ่ยถามว่า “ซานเหนียง เหตุใดจู่ ๆ เจ้าถึง…”
คำพูดที่เหลือเขาไม่ได้เอ่ยออกมา เพราะสำหรับเถียซานเหนียงที่เป็นสตรีแล้ว คำพูดนั้นดูจะตรงเกินไปเสียหน่อย แต่ข้อดีของเถียซานเหนียงก็คือนางแตกต่างจากสตรีทั่วไป เมื่อได้ตัดสินใจและแสดงออกมาแล้ว นางก็ไม่มีอะไรต้องปิดบังอีก เถียซานเหนียงจึงเงยหน้าขึ้นกล่าวว่า “ท่านไม่ทราบหรือว่าหนังสือพิมพ์เมืองหลวงเขียนไว้ว่าอย่างไร?”
หลี่เต้าจึงเข้าใจขึ้นมา การมาครั