้งนี้ของเถียซานเหนียงคงมีความหมายในเชิงมาถามไถ่ความผิด ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ปิดบังอะไร เล่าเรื่องการเข้าวังในวันนั้นและสิ่งที่ฮ่องเต้ตรัสให้ฟังทั้งหมด
“ที่แท้ก็เป็นเพราะฝ่าบาทจะพระราชทานสมรส”
เถียซานเหนียงเงยหน้าขึ้นพลางยิ้มบาง “พี่หลี่ ท่านไม่มีใจให้พวกนางเลยจริงๆ หรือ? องค์หญิงทั้งหลายของฝ่าบาทข้าล้วนเคยพบมาหมดแล้ว ล้วนแต่เป็นสตรีที่ชวนให้หวั่นไหวทั้งสิ้น”
หลี่เต้าส่ายหน้าตอบอย่างจริงจัง “ไม่มี”
เถียซานเหนียงเอ่ยถามต่อ “แล้วหมิงเยว่ล่ะ”
คำถามนี้ทำให้สีหน้าของหลี่เต้าชะงักไป ชั่วขณะนั้นเถียซานเหนียงสังเกตเห็นสีหน้าของหลี่เต้าได้ทันที ในใจพลันรู้สึกขมขื่นเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยอมรับมันได้
นางเอ่ยว่า “ความงามของหมิงเยว่นั้น แม้แต่สตรีด้วยกันเองอย่างข้าก็ยังรู้สึกหวั่นไหว การที่พี่หลี่ชอบนางก็เป็นเรื่องปกติ”
แม้จะพูดเช่นนั้น แต่หลี่เต้าก็ได้ยินน้ำเสียงหึงหวงในคำพูดของเถียซานเหนียง แต่ก็ช่วยไม่ได้ หากเขารู้จักเถียซานเหนียงก่อน คำตอบคงไม่เป็นเช่นนี้ แต่จะโทษใครได้เล่า ในเมื่อเขากับองค์หญิงหมิงเยว่ยังมีเรื่องราวอีกบทหนึ่ง และมันเกิดขึ้นตั้งแตี่ก่อนหน้านี้มานานแล้ว
พอคิดถึงเรื่องนี้ หลี่เตาก็นึกขึ้นได้ว่าเขายังไม่ได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงกับเถียซานเหนียง หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง หลี่เต้าก็ตัดสินใจที่จะเปิดเผยตัวตนกับเถียซานเหนียงอย่างตรงไปตรงมา ท้ายที่สุดแล้วด้วยความรู้สึกระหว่างพวกเขา การ