น้ากับหลี่เต้านางกลับไม่สามารถสงบใจลงได้ ในใจยิ่งร้อนรนกระวนกระวาย กลัวจะได้ยินคำตอบที่ไม่ต้องการ ด้วยเหตุนี้เถียซานเหนียงจึงเริ่มเพิ่มความได้เปรียบให้ตนเอง จากนั้นก็ไม่สนว่าหลี่เต้าจะฟังอยู่หรือไม่ นางก็เริ่มพรั่งพรูพูดความรู้สึกของตนออกมาไม่หยุด
ทำให้หลี่เต้าที่เดิมทีกำลังจะพูดอะไรบางอย่างออกมาต้องหุบปากลงและเริ่มตั้งใจฟังอย่างเงียบ ๆ ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใดเสียงของเถียซานเหนียงจึงค่อย ๆ เงียบลง
“พี่หลี่เต้าอาจไม่รู้ ที่จริงโหยวเอ๋อร์เด็กคนนั้นชอบท่านก่อน ส่วนซานเหนียงนั้นเพิ่งจะรู้ความรู้สึกของตนเองหลังจากที่ได้ใกล้ชิดกับท่านมากขึ้น”
“แต่ท่านไม่ต้องกังวล โหยวเอ๋อร์เป็นสาวใช้ติดตามตัวข้า หากข้าเป็นของท่าน นางก็จะเป็นของท่านด้วย”
หลังจากพูดจบเถียซานเหนียงก็ตกใจกับคำพูดอันบ้าบิ่นของตนเอง ใบหน้านางแดงระเรื่อไปหมด ส่วนหลี่ชิงเอ๋อร์ที่แอบฟังอยู่ก็ได้กินแตงจนอิ่มแล้ว
นางรู้สึกเสียดายที่ไม่มีวิธีบันทึกภาพเหตุการณ์นี้เอาไว้ ไม่อย่างนั้นวันใดวันหนึ่งในอนาคตหากได้นำภาพนี้มาให้เถียซานเหนียงดูอีกครั้ง คงจะรู้สึกสนุกยิ่งนัก อีกด้านหนึ่งอารมณ์ของหลี่เต้าจากเดิมที่ตื่นเต้นกับการสารภาพรักของซานเหนียง เมื่อฟังไปเรื่อย ๆ ก็ค่อย ๆ สงบลง จนกระทั่งเถียซานเหนียงเอ่ยประโยคสุดท้ายออกมา จิตใจของเขาก็บิดม้วนขึ้นมาอีกครั้ง เขาก้มหน้ามองซานเหนียงที่อยู่ในอ้อมกอดด้วยสีหน้าซับซ้อน ไม่คิดว่านางจะมีความรู้สึกต