พรตชรานี่เกรงว่าแต่ก่อนคงไม่ค่อยมีคำพูดจริงใจสักเท่าไร”
ไป๋อวิ๋นเปียนกล่าวอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ “ฝ่าบาทเข้าใจผิดแล้ว กระหม่อมทุ่มเททำงานเพื่อต้าเฉียนมาโดยตลอด ถึงขั้นต้องกระอักเลือดมาหลายครั้งแล้ว”
“หมายความว่าอย่างไร?”
ดังนั้นไป๋อวิ๋นเปียนจึงได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เคยพบเจอที่สำนักโหรหลวงให้ฟังพระองค์ฟัง
“ดาวมรณะ? พัวพันกับดาวจักรพรรดิ แต่กลับไม่ปะทะกับดาวจักรพรรดิ?”
หลังจากฟังจบ ฮ่องเต้ก็ถึงกับตกตะลึงไปชั่วขณะ ในฐานะจักรพรรดิ ความรู้ที่เขาได้ศึกษามานั้นกว้างขวางอย่างยิ่ง และเนื่องจากไม่สามารถบำเพ็ญได้ ดังนั้นฮ่องเต้จึงใช้เวลาว่างจากการตรวจฎีกามาอ่านหนังสือ เขาจึงมีความเข้าใจเกี่ยวกับโหราศาสตร์อยู่พอสมควร และได้เอ่ยขึ้นว่า “นักพรตชรา สิ่งที่เจ้าพูดมามีปัญหานะ”
“เจ้าบอกว่าดาวมรณะคือดาวขุนพล ดาวขุนพลที่มีอิทธิพลรุนแรงจะเกิดสองสถานการณ์ขึ้นก็คือ ดาวขุนพลปะทะกับดาวจักรพรรดิ หรือไม่ก็ดาวจักรพรรดิปราบดาวขุนพลเอง แล้วจะเป็นไปได้อย่างไรที่จะไม่มีการปะทะกัน”
เปรียบได้กับในราชสำนัก เมื่อมีผู้ที่มีอำนาจล้นฟ้าจนผู้นั้นเหนือกว่าผู้ปกครอง ทั้งสองฝ่ายก็ย่อมต้องมีฝ่ายหนึ่งระแวง และท้ายที่สุดแล้วก็ต้องมีฝ่ายหนึ่งได้รับบาดเจ็บ
ไป๋อวิ๋นเปียนส่ายหน้า “กระหม่อมไม่เห็นว่ามีปัญหาจริงๆ พะยะค่ะ”
จากนั้นเขาก็รีบถามต่อ “ฝ่าบาท ดาวมรณะผู้นี้พระองค์คงทรงทราบว่าเป็นผู้ใดกระมัง”
เมื่อได้ยินดังนั้น ฮ่องเต้ก็เงยห