กเขาเลย แม้แต่ฝ่าบาทเองก็ยังต้องมีวาจาสุภาพด้วยสักสองสามคำ
และดูเหมือนผู้ที่อยู่ในเกี้ยวก็สังเกตเห็นจ้าวคังและจ้าวหย่งเช่นกัน จึงได้หยุดลงตรงหน้าคนของทั้งสองคน
“ไม่ได้พบองค์ชายทั้งสองนานมากแล้ว”
ม่านเกี้ยวถูกเลิกขึ้น ชายชราในชุดนักพรตเดินออกมาจากด้านใน เขาไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นนักพรตชราผู้นั้น ที่ก่อนหน้านี้คำนวณดวงชะตาอยู่ในสำนักโหรหลวงจนกระอักเลือดออกมาถึงสามถ้วย เมื่อไม่นานมานี้เขาเพิ่งจะรักษาอาการบาดเจ็บภายในที่เกิดจากการพลังสะท้อนกลับได้จนหายดี แต่กลับได้รับคำสั่งให้เข้าเฝ้า
เมื่อจ้าวคังและจ้าวหย่งเห็นนักพรตชรา พวกเขาก็ประสานมือคำนับพร้อมกันพลางกล่าวว่า “คารวะท่านนักพรตไป๋”
“อืม”
อาจารย์ไป๋เพิ่งจะผงกศีรษะ จู่ ๆ สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นพินิจมองใบหน้าของจ้าวคังและจ้าวหย่ง ทั้งสองคนที่คอยสังเกตนักพรตไป๋อยู่ตลอดถูกมองจนรู้สึกประหลาด จ้าวคังอดถามขึ้นไม่ได้ “ท่านนักพรตไป๋? บนร่างกายของพวกเราสองพี่น้องมีอะไรผิดปกติงั้นหรือ?”
อาจารย์ไป๋ไม่ได้พูดอะไร แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความสงสัย
พลังมังกรหายไปไหน?
ทำไมพลังมังกรถึงได้เจือจางถึงเพียงนี้
อีกอย่างนี่ไม่ใช่ลักษณะของผู้ที่กำลังจะตายอย่างแน่นอน ทั้งสองคนยังมีชีวิตที่ดีอยู่ เป็นไปได้ว่าอาจมีบางคนมาเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของพวกเขา ขณะที่เขากำลังครุ่นคิดโดยไม่รู้ตัวอยู่นั้น ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังขึ้น
“ท่านนักพรตไป๋ ในที่สุดท่านก็มาแล้ว ฝ่าบาทท