รงรอท่านอยู่นานแล้ว” ขันทีคนหนึ่งได้รีบวิ่งมาหยุดตรงหน้าทั้งสามคน หลังจากทักทายจ้าวคังและจ้าวหย่งแล้ว เขาถึงได้กล่าวกับท่านนักพรตไป๋
เมื่อจ้าวคังและจ้าวหย่งเห็นดังนั้นจึงเอ่ยขึ้นว่า “ในเมื่อท่านนักพรตไป๋มาตามคำเชิญของเสด็จพ่อก็รีบไปเถิด พวกข้าสองพี่น้องขอตัวก่อน”
ทั้งสองคนรู้สึกอึดอัดที่ถูกนักพรตไป๋จับจ้อง จึงไม่อยากอยู่นานกว่านี้ ปลีกตัวจากไปทันที
หลังจากถูกขัดจังหวะ นักพรตไป๋ก็ได้แต่ส่ายหน้า ช่างเถอะ ก็แค่มีคนมาเปลี่ยนแปลงโชคชะตาเท่านั้น ตอนนี้แม้แต่เส้นชีพจรมังกรยังตื่นก่อนกำหนดเป็นร้อยเป็นพันปี เรื่องแค่นี้จะเป็นอะไรไป อีกอย่างมันก็เป็นเรื่องดี ไม่จำเป็นต้องคิดให้มากนัก
เมื่อเห็นขันทีข้างกายทำท่าร้อนใจ นักพรตไป๋จึงโบกมือพลางกล่าวว่า “รบกวนท่านขันทีนำทางด้วย”
“ขอรับ”
นักพรตไป๋สะบัดแขนเสื้อคลุม จากนั้นทั้งเกี้ยวและคนหามเกี้ยวก็บิดเบี้ยวผิดรูป ก่อนจะลอยเข้าไปในแขนเสื้อของเขา แล้วเขาก็เดินตามขันทีเข้าไปในพระราชวังทันที
ด้านนอกห้องทรงพระอักษร
“ฝ่าบาท ท่านนักพรตไป๋ไป๋อวิ๋นเปียนมาถึงแล้วพะยะค่ะ” ขันทีเคาะประตูใหญ่ของห้องทรงพระอักษรสามครั้งก่อนจะกล่าวรายงานเสียงเบา
“เข้ามา”
ไม่นานก็ได้ยินเสียงของฮ่องเต้ดังมาจากด้านในห้องทรงพระอักษร เมื่อได้ยินดังนั้นขันทีก็เปิดประตูบานหนึ่งแล้วกล่าวกับไป๋อวิ๋นเปียนว่า “เชิญท่านนักพรตไป๋”
ไป๋อวิ๋นเปียนพยักหน้าเบา ๆ ก่อนก้าวเท้าเข้าไปด้านในห้อง เนื่องจาก