เคยมาที่นี่แล้ว ไป๋อวิ๋นเปียนจึงเดินตรงไปยังห้องหลักของห้องทรงพระอักษรอย่างคุ้นเคย
เมื่อไปถึงก็เห็นฮ่องเต้นั่งดื่มชาอย่างสงบที่โต๊ะทรงงานในห้องทรงพระอักษร โดยมีจ้าวจงคอยปรนนิบัติอยู่ข้าง ๆ ไป๋อวิ๋นเปียนประสานมือคำนับทักทาย “ฝ่าบาท”
ฮ่องเต้โบกมือพลางกล่าวว่า “นั่งลงเถิด”
“ขอบพระทัยฝ่าบาท”
หลังจากไป๋อวิ๋นเปียนนั่งลงเรียบร้อยแล้ว จ้าวจงก็ก้มตัวกระซิบบางอย่างข้างหูของฮ่องเต้ ทันใดนั้นสีหน้าของฮ่องเต้ก็พลันชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนเขาจะมองไปทางไป๋อวิ๋นเปียนแล้วกล่าวว่า
“ไม่นึกว่านักพรตไป๋จะก้าวผ่านขั้นนั้นได้แล้ว ขอแสดงความยินดีด้วย”
ไป๋อวิ๋นเปียนกวาดตามองจ้าวจงแวบหนึ่งก่อนจะกล่าวว่า “กระหม่อมเองก็ขอแสดงความยินดีกับฝ่าบาทเช่นกัน”
“โอ้? เรามีเรื่องใดให้น่ายินดีหรือ?”
“กระหม่อมเป็นขุนนางของต้าเฉียนและเป็นขุนนางของฝ่าบาท หากกระหม่อมทะลวงขั้นได้ ต้าเฉียนและฝ่าบาทก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น”
เมื่อได้ยินดังนั้น ฮ่องเต้ก็อดหัวเราะไม่ได้ “นักพรตไป๋ช่างเป็นคนน่าสนใจ ตอนนั้นเรามองไม่ผิดจริงๆ”
ไป๋อวิ๋นเปียนแย้มยิ้มบาง “ไม่ทราบว่าวันนี้ฝ่าบาทเรียกกระหม่อมมาด้วยเรื่องใด?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของฮ่องเต้ก็จางหายไป กลายเป็นความสงบนิ่ง ก่อนพระองค์จะพูดอย่างช้า ๆ ว่า “วันนี้ที่เชิญนักพรตมาก็ยังคงเป็นเรื่องเกี่ยวกับร่างกายของเรา”
“ร่างกายหรือ?”
ใบหน้าที่เคยมีรอยยิ้มของไป๋อวิ๋นเปียนพลันจางลง หลังจากลั