่นนี้แล้วขีดจำกัดการเติบโตในภายภาคหน้าของนางก็จะสูงขึ้น”
“หมิงเยว่ เจ้าคงไม่อยากให้เสี่ยวอวิ๋นเอ๋อร์เสียเปรียบตั้งแต่จุดเริ่มต้นกระมัง”
หากเป็นเพียงเพื่อตนเอง องค์หญิงหมิงเยว่อาจจะไม่มีความกระตือรือร้นมากนัก อย่างไรเสียในฐานะองค์หญิงที่เติบโตขึ้นมาด้วยการถูกตามใจ แม้จะไม่ได้โตมาจนเสียคน แต่ตัวนางเองก็ไม่ใช่คนที่มีความพยายามอะไร แต่เมื่อมันเกี่ยวข้องกับเสี่ยวอวิ๋นเอ๋อร์ องค์หญิงหมิงเยว่ก็จำต้องใส่ใจให้ดี
“ตกลง ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะพยายาม”
เมื่อเห็นองค์หญิงหมิงเยว่ตกลง จีหมิงเยว่ก็กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “วางใจเถิด หากวิชาลับนั้นสำเร็จ พรสวรรค์ของเสี่ยวอวิ๋นเอ๋อร์แม้จะไม่ถึงขั้นสมบูรณ์แบบ แต่ก็อย่างน้อยจะเป็นพรสวรรค์ขั้นสูงสุด”
“เพียงแต่น่าสงสารสามีผู้ล่วงลับของพวกเราเท่านั้น สายเลือดของเขาอาจจะถูกสลายจนเหลือเพียงน้อยนิด”
“ไม่มีทางเลือกแล้ว ก็ใครใช้ให้เขามีธิดาอย่างเสี่ยวอวิ๋นเอ๋อร์เล่า”
“เพื่อเสี่ยวอวิ๋นเอ๋อร์ ข้าเชื่อว่าเขาคงจะเข้าใจ”
“อีกอย่างมันก็เหลืออยู่อีกเล็กน้อย รอให้เสี่ยวอวิ๋นเอ๋อร์เติบโตขึ้น นางก็จะยังมีร่องรอยของเขาหลงเหลืออยู่บ้าง ไม่เสียชื่อบรรพบุรุษ”
องค์หญิงหมิงเยว่พลันกลอกตาใส่เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น สามีผู้ล่วงลับฟังดูช่างน่ารำคาญยิ่งนัก อีกอย่างตัวตนอีกคนนี้รู้อะไรมากันแน่ พูดราวกับว่าในอนาคจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้น ทั้งที่ตอนนี้ทุกอย่างก็ยังสงบสุขดี
อีกด้าน