หนึ่งหลังแยกจากองค์หญิงหมิงเยว่แล้ว เสี่ยวอวิ๋นเอ๋อร์ก็ถือหยกโลหิตวิ่งไล่จับผีเสื้อในสวนดอกไม้อย่างสนุกสนาน นางกำลังเล่นสนุกจนไม่ทันสังเกตทางเดิน พลาดไปเตะก้อนหินเข้า จึงเซถลาจะล้มลงบนแปลงดอกไม้ เนื่องจากก่อนหน้านี้พวกนางกำนัลถูกจีหมิงเยว่ไล่ออกไป จึงไม่มีใครทันเห็นเหตุการณ์นี้ และเสี่ยวอวิ๋นเอ๋อร์ก็กำลังจะล้มลงจนแทบจะแตะพื้นดิน
ในชั่วขณะถัดมา หยกโลหิตที่คอของนางพลันดูเหมือนจะรับรู้ถึงบางสิ่ง
แสงสีแดงจางที่แทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าได้เข้าห่อหุ้มเสี่ยวอวิ๋นเอ๋อร์ในชั่วพริบตา จากนั้นร่างของนางก็ลอยขึ้นมาจากพื้นประมาณสามชุน ก่อนเสี่ยวอวิ๋นเอ๋อร์จะค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนภายใต้อิทธิพลของแสงสีแดง
ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้เสี่ยวอวิ๋นเอ๋อร์ตาโตด้วยความประหลาดใจ ในขณะที่เสี่ยวอวิ๋นเอ๋อร์ไม่ทันสังเกต แสงสีแดงนั้นได้เริ่มหดตัวกลับเข้าสู่หยกโลหิตที่คอของนาง
ขณะที่แสงสีแดงกำลังจะหดกลับเข้าไปในหยกโลหิต มันดูเหมือนจะรับรู้ถึงบางสิ่งได้จึงหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นแสงสีแดงก็หยุดอยู่ที่ผิวหนังบริเวณใกล้หยกโลหิตของเสี่ยวอวิ๋นเอ๋อร์ชั่วขณะ ราวกับกำลังตรวจสอบบางอย่าง ทันใดนั้นแสงสีแดงก็พลันสั่นไหวราวกับได้ยืนยันบางสิ่งบางอย่างเรียบร้อยแล้ว ชั่วขณะถัดมา แสงสีแดงเหล่านั้นกลับไม่ได้มุดเข้าไปในด้านของหยกโลหิตอีกต่อไป แต่มันดันแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของเสี่ยวอวิ๋นเอ๋อร์โดยตรง หลังจากแสงสีแดงหลอมรวมเข้ากับร่างกายของเสี