ตใจอ่อนไหวก็ถึงกับจะเป็นลมไปเลยทีเดียว เพราะการกระทำเช่นนี้ในสายตาของพวกนาง ไม่ต่างอะไรกับการไปลูบก้นเสือ ไม่รู้ว่ามีคนกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นมาในวังหลวงตั้งแต่เมื่อใด
“พวกเจ้าไม่ต้องกังวลแล้ว นางไม่เป็นไรหรอก”
ขณะที่พวกนางกำนัลและขันทีกำลังจะเสี่ยงชีวิต ‘ช่วยคน’ ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหูพวกเขา
เมื่อได้ยินเช่นนั้นทุกคนจึงหันกลับไปมองโดยสัญชาตญาณ
“ท่านคิด…”
บางคนที่ไม่เคยพบหลี่เต้ากำลังจะเอ่ยปากถาม แต่นางกำนัลหลายคนจำใบหน้าของหลี่เต้าได้อย่างรวดเร็ว จึงพากันรีบคำนับกล่าวว่า “คารวะท่านอู่อันกงเจ้าค่ะ”
ท่านอู่อันกง?
คนอื่น ๆ ที่ได้ยินต่างสะดุ้งโหยง หากจะพูดถึงว่าตอนนี้ใครมีชื่อเสียงมากที่สุดในวังหลวง ก็คงไม่มีใครเกินท่านอู่อันกงหลี่เต้าแล้ว เพราะทุกสิ่งในวังหลวงล้วนมีฮ่องเต้เป็นศูนย์กลาง การที่ทำให้ฮ่องเต้นึกถึงได้อยู่ตลอดเวลา พวกเขาเหล่านี้จะไม่ใส่ใจได้อย่างไร ดังนั้นจึงต้องรีบคำนับตามไปทันที
“ลุกขึ้นเถิด”
นางกำนัลคนหนึ่งลุกขึ้นแล้วรีบกล่าวว่า “ท่านอู่อันกงโปรดช่วยองค์หญิงน้อยด้วยเจ้าค่ะ”
หลี่เต้าเอ่ยปลอบใจว่า “นางไม่เป็นไรหรอก”
เมื่อเห็นสายตาที่ยังคงกังวลอยู่ของเหล่าพวกกำนัล หลี่เต้าจึงหมุนร่างเดินไปทางนั้น ในเวลาเดียวกันจางเมิง เสวียปิง และคนอื่น ๆ กำลังนั่งดื่มสุราและกินเนื้ออยู่กับคนใต้บังคับบัญชา การปรากฏตัวขึ้นของเสี่ยวอวิ๋นเอ๋อร์ได้ดึงดูดความสนใจของพวกเขาไปทั้งหมด จางเมิงมอ