ล้ว นางก็นึกไม่ออกว่าจะมีใครอีกที่สามารถควบคุมหนังสือพิมพ์ได้
“จะเป็นไปได้อย่างไร ฝ่าบาทยังไม่สับสนถึงเพียงนั้น
ทั้งยังไม่ทำอะไรเกินกว่าเหตุด้วย”
เถียจิงซานเอ่ยว่า “ความประสงค์ของฝ่าบาทคือ
หลีกเลี่ยงเนื้อหาที่เป็นไปในทิศทางเดียว หนังสือพิมพ์จะถูกถือครองโดยสามฝ่าย โดยฝ่าบาทจะถือครองส่วนใหญ่คือหกส่วน”
“ส่วนตระกูลเถียของพวกเราและขุนนางราชสำนักจะถือครองฝ่ายละสองส่วน”
“อีกทั้งเพื่อชดเชยความสูญเสียให้กับตระกูลเถียของพวกเรา ฝ่าบาทยังได้ผ่อนปรนข้อจำกัดในบางพื้นที่ต้องห้ามให้กับตระกูลเถียอีกด้วย”
“ชดเชย? ข้อจำกัด?”
เถียซานเหนียงพลันเอ่ยปากขึ้นว่า “การส่งมอบหนังสือพิมพ์นั้นไม่มีปัญหา แต่หากฝ่าบาทต้องการชดเชยให้ตระกูลเถียของพวกเรา ข้าหวังว่าพระองค์จะเปลี่ยนข้อเสนอใหม่”
“เปลี่ยนข้อเสนอ?”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สมาชิกในตระกูลเถียที่อยู่ในที่นั้นก็ต่างตกตะลึง จะยังมีอะไรที่เหมาะสมกับตระกูลเถียมากกว่าสิ่งต้องห้ามเหล่านี้อีกหรือ พึงรู้ไว้ว่ายิ่งเป็นสิ่งต้องห้ามเท่าใดก็ยิ่งทำเงินได้มากเท่านั้น นี่เป็นสัจธรรมที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาตั้งแต่โบราณ
เถียจิงซานชะงักไปครู่หนึ่ง เขาราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงถามว่า “เจ้าต้องการเปลี่ยนเป็นข้อเสนอใด”
เถียซานเหนียงจ้องมองพลางกล่าวอย่างจริงจัง “ข้าต้องการให้เปลี่ยนตัวคู่อภิเษกสมรสระหว่างตระกูลเถียกับราชวงศ์”
ตึง!
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นก็ตกตะลึงกันไ