คังก็ปรับอารมณ์ได้แล้วเขามองไปรอบ ๆ สภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยแล้วเอ่ยอย่างดีใจ
“ท่านอาอันกงคงเป็นผู้ช่วยพวกเราไว้”
หลีเตาพยักหน้า
“ข้าต้องขอบคุณท่านจริง ๆ”
เจ้าคังพูดอย่างตื่นเต้นทำท่าจะเข้าไปกอดหลีเตา แต่กลับโดนหลีเตาหลบหนีด้วยความรังเกียจ
“ไม่ต้องขอบคุณ ทั้งหมดเป็นคำสั่งของฝ่าบาท”
เจ้าคังเห็นอีกฝ่ายหลบเลี่ยงไปแต่ก็ไม่ได้โกรธ มีเพียงผู้ที่เคยเผชิญหน้ากับความเป็นความตายเท่านั้นถึงจะเข้าใจว่าบางสิ่งไม่มีความหมายใด ๆ เมื่อเทียบกับชีวิต ทันใดนั้นเจ้าหยงที่อยู่ด้านข้างก็ลูบใบหน้าตัวเองแล้วมองหน้าเจ้าคังก่อนเอ่ยปากว่า
“เจ้า … เจ้ารู้สึกหรือไม่ว่าใบหน้าของพวกเราบวมเล็กน้อย !”
เจ้าคังก็ลูบหน้าตัวเองโดยไม่รู้ตัวเขารู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาเล็กน้อย ทั้งสองจึงหันไปมองที่หลีเตา
หลีเตากล่าวด้วยท่าทีเคร่งขรึมว่า
“องค์ชายทั้งสองอาจจะทราบเมื่อครู่ เนื่องจากความรีบร้อนทำให้องค์ชายทั้งสองพลาดล้มลงโดยไม่ตั้งใจ จึงได้เป็นเช่นนี้ !”
เจ้าหยงกำลังจะถามถึงอะไรบางอย่างแต่เห็นเจ้าคังโบกมือก่อนกล่าวว่า
“แค้มครั้งเดียวเท่านั้น การที่ยังมีชีวิตรอดมาได้ก็นับว่าดีมากแล้ว”
ตอนนี้นึกถึงจุดจบของเหล่าขุนนางทั้งโจว เจ้าคังก็รู้สึกขนลุกซู่
เจ้าหยงดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้จึงเอ่ยปากขึ้นว่า
“ท่านอาอันกง หลังจากที่ท่านช่วยพวกเราออกมาแล้วท่านได้แจ้งให้ท่านพ่อทราบหรือหรือไม่ ?”
เนื่องจากองค์ชายทั้งสองยังไม่ได้ฟื้นคืนสติอย่างสม