นมาถึงจุดนี้ได้โดยที่ไม่มีชาติตระกูลและฐานะใด ๆ คอยหนุน พลังความสามารถจะอ่อนด้อยได้อย่างไร แต่ทว่าพวกผู้นำระดับสูงของสำนักปราบสวรรค์ก็ไม่ใช่คนธรรมดาเช่นกัน
ดังนั้นพลังของท่านอาอันกงอาจจะแข็งแกร่งกว่าที่พวกเขาคิดไว้มากนัก
เมื่อคิดได้เช่นนี้ สายตาที่เจ้าคังและเจ้าหยงมองไปที่หลีเตาก็พลันเปลี่ยนไป
ก่อนหน้านี้พวกเขายังไม่ได้ตระหนักถึงเรื่องนี้อย่างถ่องแท้จึงยังวางท่าทีและทัศนคติแบบองค์ชายอยู่บ้าง
แต่ตอนนี้พวกเขาไม่กล้าอีกแล้ว เพราะพวกเขาสองคนไม่ได้โง่เขลาและเข้าใจดีว่าเมื่อมีพลังความสามารถถึงระดับหนึ่งแล้ว สถานะองค์ชายก็ไม่ได้มีความหมายอะไรเลย
และบุรุษตรงหน้านี้ก็อาจจะอยู่ในระดับนั้นแล้ว
เจ้าคังได้สติกลับมาก่อนเขาจึงประสานมือคำนับกล่าวว่า
“บารมีของท่านอาอันกงยิ่งใหญ่นัก ข้าขอเป็นตัวแทนของพวกเราทั้งสองคนคำขอบคุณที่ช่วยชีวิตพวกเราไว้”
พูดจบเขาก็โขกกายลงอีกครั้ง เจ้าหยงที่ด้านข้างเห็นเช่นนั้นเขาก็ทำตามอย่างบ้าง เขาฉลาดกว่าเจ้าคังอยู่บ้างและยังเข้าใจความหมายของการกระทำครั้งนี้ได้ดียิ่งกว่า
“ไม่จำเป็นต้องกล่าวหนักถึงเพียงนี้พะยะคะ” องค์ชายเจ้าคังรีบกล่าวอย่างจริงจัง
“กลับถึงเมืองหลวงแล้วข้าจะทูลขอพระราชทานความดีความชอบให้ท่านอาอันกง”
องค์ชายเจ้าหยงก็เอ่ยขึ้นเช่นกัน
“ข้าเองก็เช่นกัน”
ทั้งสองมิได้กล่าวเช่นนี้เพื่อเอาใจแต่แต่อย่างใด เพราะพวกเขาต่างเข้าใจดีว่าในเมื่อเสด็จพ่อได้ส่งหลีเตามาช่วยชีว