กือบสมบูรณ์แล้ว ไกเซียนจงก็ออกคำสั่งทันที พลังปราณแท้อันน่าสะพรึงกลัวของเขา พลันห่อหุ้มพลังสวรรค์พิภพอันน่าเกรงขามเข้าสู่ร่างกายโดยตรง
เมื่อพลังสวรรค์พิภพหลอมรวมในร่างกายของเขามากขึ้นเรื่อยๆ พลังที่แผ่ออกมารอบกายก็ยิ่งน่าเกรงขามมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน บุคลิกทั้งหมดของเขาในขณะนี้ ช่างดูเหนือกว่าสามัญชนธรรมดา ราวกับได้หลุดพ้นจากความเป็นมนุษย์
เมื่อหลีเต้าเห็นภาพเบื้องหน้า เขาก็ขมวดคิ้ว ในหัวมีเพียงสองคำผุดขึ้นมา…
“เทพมนุษย์!”
เทพมนุษย์ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของการฝึกฝนลมปราณ เทพมนุษย์ที่ใช้พลังแท้มหาศาลดูดซับพลังสวรรค์พิภพเข้าสู่ร่างกาย นั่นก็คือเทพาจารย์ขั้นไร้ขีดจำกัดในสำนักเต๋า
แต่ทว่า เหตุใดอีกฝ่ายที่สามารถบรรลุได้อย่างง่ายดาย จึงไม่ทำเช่นนั้นตั้งแต่แรก? ทำไมต้องรอจนตนเองเสียเปรียบก่อนเช่นนี้?
ด้วยสายตาของหลีเต้า เขาสามารถมองออกได้ว่า ลมหายใจของอีกฝ่ายนั้นมั่นคง ไม่มีทีท่าว่าเป็นการฝืนทะลวงขั้นแต่อย่างใด
อีกด้านหนึ่ง รองประมุขและบรรดาผู้อาวุโสระดับสูงของสำนักปราบสวรรค์ ต่างก็รู้สึกถึงพลังกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างของไกเซียนจง พวกเขาเผยสีหน้ายินดีปรีดาออกมา
“เทพมนุษย์!”
“ผู้ใดจะต้านทานได้!”
หลังจากพลังปราณแท้ทั้งหมดกลับคืนสู่ร่างแล้ว ไกเซียนจงก็เอ่ยพึมพำกับตัวเอง “นี่เป็นครั้งที่สามแล้ว คราวนี้น่ายจะง่ายกว่าสองครั้งก่อนมาก”
เนื่องด้วยวิชาลับของสำนักปราบสวรรค์ การที่ไกเซียนจงก้าวขึ้นเป็นเ