นื่องจากรองประมุขสำนักได้ฟื้นฟูวรยุทธ์ถึงระดับกึ่งเทพมนุษย์แล้ว เขาจึงเหาะตรงไปยังทิศทางที่คนกลุ่มนั้นจากไป
แต่ทันทีที่ร่างของรองประมุขสำนักหายลับเข้าไปในเขาเป่ยหมัง ทันใดนั้นจู่ๆ ก็มีเสียงเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงระเบิดออกมาจากนอกหุบเขา ในชั่วขณะนั้นทั้งเขาเป่ยหมังพลันสั่นสะเทือน ‘เกิดอะไรขึ้น?’
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ ทำให้ไกเซียนจงและคนอื่นๆ ต่างเหลียวมองไปยังทิศทางที่มาของเสียง จากนั้นเสียงปะทะกันอย่างดุเดือดก็ดังตามมา
ตูม!
จู่ๆ พื้นดินนอกหุบเขาเป่ยหมังก็ระเบิดแตกออก รอยแยกทอดยาวเข้าไปในหุบเขา
โครม!
จากนั้นก็มีเสียงดังสนั่นอีกครั้ง หลังจากเสียงดังสนั่นนั้น ก็มีเงาดำลอยกระเด็นเข้ามาในหุบเขา เมื่อเห็นเงาดำได้อย่างชัดเจนแล้ว ไกเซียนจงก็พลันขมวดคิ้ว ในชั่วขณะถัดมา เขาลล้วงเอาแส้ปัดรังควานออกมาจากแขนเสื้อคลุมนักบวชแล้วสะบัดออกไป ขนพู่ของแส้ปัดรังควานได้ทอดยาวออกไปหลายร้อยจั้งจนมาถึงตรงหน้าเงาดำแล้วรับร่างนั้นเอาไว้ สุดท้ายก็ใช้แส้ลากร่างนั้นมาที่แท่นบูชา
เมื่อไกเซียนจงเก็บแส้ปัดรังควานกลับ เงาดำที่อยู่บนแส้ปัดรังควานก็ปรากฏขึ้นให้เห็น
“แคก แคก!” หลังจากไออย่างรุนแรง รองประมุขสำนักก็กุมหน้าอกด้วยสีหน้าซีดขาว แล้วกระอักเลือดสดออกมา “ท่านประมุขสำนัก มีศัตรูบุกมา!”
รองประมุขสำนักชี้ไปยังทางนอกหุบเขาด้วยมือที่สั่นเทา ในตอนนั้นเองได้มีเสียงแผ่วเบาดังขึ้นอย่างเชื่องช้าจากนอกหุบเขา