“เพราะเขาเป็นน้องชายของเจ้าหรือ?”
ไกเซียนจงกล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำ “หากข้าจำไม่ผิด ในราชวงศ์ไม่มีความผูกพันฉันญาติพี่น้อง”
จ้าวคังไม่ได้สบตากับอีกฝ่าย เพียงแต่กล่าวต่อว่า “เขาเป็นน้องชายของข้า”
“จ้าวคัง… เจ้า…”
ไกเซียนจงพยักหน้า “ได้ ข้ารู้ว่าเขาเป็นน้องชายเจ้า เช่นนั้นแล้วเจ้าเต็มใจจะแทนที่เขาหรือไม่?”
“ข้าเต็มใจ”
ครั้งนี้จ้าวคังไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
“เหตุใดกัน!” คราวนี้คนที่เอ่ยปากไม่ใช่ไกเซียนจง แต่เป็นจ้าวหยงที่อยู่ในมือเขา
จ้าวคังมองจ้าวหยงที่มีสีหน้างุนงง เขาพยายามฝืนยิ้มพลางกล่าวว่า “เพราะเจ้าคือน้องชายของข้า”
ยังไม่ทันที่จ้าวหยงจะตอบ เขาก็รู้สึกว่าตัวเองถูกปล่อยตัวแล้ว จากนั้นร่างของจ้าวคังก็ถูกพาตัวไปจากข้างกายเขา
เมื่อได้สติ จ้าวหยงก็มองไปทางจ้าวคังที่ถูกไกเซียนจงพาออกไป เขารีบตะโกนเสียงดัง “อย่าจับเขา! ข้าต่างหากที่ควรขึ้นแท่นบูชา เขาไม่มีสิทธิ์มาแทนที่ข้า!”
เมื่อจ้าวคังที่อยู่ในมือของไกเซียนจงได้ยินคำพูดนั้นของจ้าวหยง มุมปากเขาก็ยกขึ้นเล็กน้อย
หลังจากนั้น ระหว่างที่ไกเซียนจงพาจ้าวคังไปยังแท่นบูชา จ้าวหยงก็ด่าทอไม่หยุดปาก จนสุดท้ายไกเซียนจงต้องขมวดคิ้ว เขาหันกลับมาพูดว่า “ช่างน่ารำคาญ!”
ในชั่วขณะถัดมา เขาพลันยกมือขึ้นแล้วกรงขังก็เปิดออก ทันใดนั้น จ้าวหยงได้ถูกดึงลอยมาอยู่ในมือของเขา
ด้วยเหตุนี้ ทั้งจ้าวคังและจ้าวหยงจึงถูกไกเซียนจงจับเอาไว้ในมือ เขามองทั้งสองคนแล้วพูดว่า “