ก็คือหลีเต้า คนอื่นอย่าได้หวัง
ดังนั้นนางจึงเอ่ยว่า “การทดลองของท่านสำเร็จแล้วหรือ?”
ไกเซียนจงไม่ได้รู้สึกว่ามีสิ่งใดผิดปกติกับคำพูดของหลีชิงเอ๋อร์ อย่างไรเสียเขาก็รู้ดีว่าน้องสาวของตนมีนิสัยเย็นชา ไม่ค่อยสนิทสนมกับผู้ใด ดังนั้นการที่นางปฏิบัติต่อเขาผู้เป็นพี่ชายเช่นนี้ จึงถือว่าเป็นเรื่องปกติ
“สำเร็จแล้ว” ไกเซียนจงอวดต่อหน้า ‘น้องสาวผู้เมตตา’ ของตนอย่างอดไม่ได้ “น้องเพิ่งฟื้นขึ้นมาคงจะอ่อนแรงอยู่ เจ้ามาได้พอดี อีกเดี๋ยวเจ้าจะได้รู้ถึงความร้ายกาจของวิชาลับนี้”
หลีชิงเอ๋อร์มองไปยังสองร่างบนแท่นบูชา ดูจากการแต่งกายของพวกเขาแล้ว นางพบว่าทั้งสองคงเป็นเป้าหมายของพี่ชายนางที่เดินทางมาครั้งนี้
“ข้าขอเข้าไปดูใกล้ๆ ได้หรือไม่?” หลีชิงเอ๋อร์เอ่ยถาม
“แน่นอนว่าได้” แล้วไกเซียนจงจะปฏิเสธคำขอของน้องสาวตัวเองได้อย่างไร
หลีชิงเอ๋อร์พยักหน้าเบาๆ ก่อนจะเดินไปที่แท่นบูชา นางมองดูทั้งสองคนในระยะใกล้ และเมื่อสังเกตเห็นสภาพของทั้งคู่ในตอนนี้ นางก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
คนทั่วไปอาจมองสภาพของจ้าวคังและจ้าวหยงในตอนนี้ไม่ออก แตนนางกลับมองเห็นมันได้อย่างชัดเจน ในยามนี้มีพลังที่มองไม่เห็นกำลังถูกดึงออกมาจากร่างของคนทั้งสอง และนั้นยังไม่ใช่ประเด็นสำคัญ สิ่งที่สำคัญคือในระหว่างกระบวนการที่พลังถูกดึงนั้น จิตวิญญาณของทั้งสองก็กำลังสั่นคลอนไปด้วย
หากปล่อยให้สภาพเช่นนี้ดำเนินต่อไป ทั้งสองคงจะสูญเสียจิตวิญญาณ เหลือไว้เพีย