งค์ชายทั้งสองที่ควรจะดูสง่างาม กลับอยู่ในสภาพทุลักทุเลอย่างยิ่ง เสื้อคลุมพญาสี่เล็บที่สวมใส่กลายเป็นสีดำสนิท จนมองไม่เห็นถึงความสูงศักดิ์ที่เคยมี เส้นผมก็พันกันยุ่งเหยิง ทั้งร่างกายสกปรกมอมแมมและส่งกลิ่นประหลาดออกมา
เมื่อเผชิญกับเสียงตะโกนขององค์ชายทั้งสอง ไกเซียนจงจึงเงยหน้าขึ้นกล่าวว่า “พวกเขาพิเศษ เก็บไว้จัดการทีหลัง”
“ขอรับ”
ด้วยเหตุนี้ กรงเหล็กที่ขังจ้าวคังและจ้าวหยง จึงถูกนำไปวางไว้ข้างแท่นบูชา จากนั้นไกเซียนจงก็เงยหน้าขึ้นมองขุนนางทั้งหลายที่ถูกนำตัวมาจากอีกด้านหนึ่ง
“นำขึ้นไปทีละคน”
เมื่อคำสั่งของไกเซียนจงถูกประกาศออกไป หัวหน้าผู้คุมก็ชี้ไปยังขุนนางที่ยืนอยู่ในตำแหน่งแรกและกล่าวว่า “เจ้า ขึ้นไปบนแท่นบูชา”
ขุนนางที่ถูกเรียกชี้มองไปยังแท่นบูชาอันน่าพิศวงที่อยู่ไม่ไกล แม้จะไม่เข้าใจว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร แต่คิดดูง่ายๆ ก็รู้ว่าหากขึ้นไปแล้ว เขาคงไม่มีจุดจบที่ดี แล้วจะโง่ปีนขึ้นไปเองได้อย่างไร ดังนั้นเขาจึงรีบส่ายหน้าพลางกล่าว “ข้าไม่ไป!”
จากนั้นเขาก็หันไปมองไกเซียนจง เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นผู้นำของคนเหล่านี้แล้ว จึงเอ่ยปากอีกครั้ง “ท่านผู้นี้ ข้าขอร้องท่าน โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย ข้ามีเงินทองมากมาย สามารถใช้แลกชีวิตข้าได้”
ไกเซียนจงไม่ได้พูดอะไร ส่วนผู้คุมก็ชักดาบออกมาทันที เมื่อเห็นภาพนี้ ขุนนางผู้นั้นก็ยิ่งตื่นตระหนก รีบตะโกนเสียงดังว่า “เงินห้าหมื่นตำลึง พอหรือไม่?”
เมื่อเห็นผู้