ลันเปลี่ยนไป ทั่วร่างของนางแผ่กลิ่นอายอันเย็นเยียบออกมา ในกลิ่นอายนี่ยังมีความรู้สึกเหนือกว่าคนธรรมดาอีกด้วย ในขณะเดียวกันแววตาของนางก็เปลี่ยนเป็นไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น ดูสูงส่งขึ้นมาอย่างมาก มีความคล้ายคลึงกับหญิงในชุดนักบวชผู้นั้นถึงแปดส่วน
ไม่นานนัก หลี่ชิงเอ๋อร์ก็กลับมาเป็นปกติ “แม้ว่าข้าจะไม่สามารถเลียนแบบสีหน้าและบุคลิกของนางได้อย่างสมบูรณ์ แต่เนื่องจากการมีอยู่ของข้า การมีอิทธิพลต่อนางก็เป็นเรื่องปกติ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อข้าค่อยๆ ซึมซับความทรงจำของนาง ข้าจะแสดงได้สมจริงมากขึ้นเรื่อยๆ หากข้าต้องการ ข้าอาจกลายเป็นนางได้เลยด้วยซ้ำ เพียงแต่ทุกอย่างจะอยู่ภายใต้การควบคุมของข้า นางจะเป็นเพียงความทรงจำชุดหนึ่งเท่านั้น”
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง หลี่เต้าก็เงยหน้าขึ้นกล่าวว่า “เอาเช่นนั้นก็ได้”
“เย้!” หลี่ชิงเอ๋อร์กระโดดด้วยความดีใจ ทำลายบรรยากาศเย็นชาที่มีเมื่อครู่ไปหมด นางกอดแขนของหลี่เต้าแล้วกล่าวว่า “พี่ชาย คราวนี้ถึงตาข้าช่วยท่านแล้ว”
“ข้าเห็นด้วยกับเจ้า แต่ข้าจะเพิ่มการประกันอีกชั้นหนึ่ง” หลี่เต้าล้วงขวดหยกออกมาจากอกเสื้อแล้ววางลงบนมือของหลี่ชิงเอ๋อร์
หลี่ชิงเอ๋อร์เปิดขวดหยกด้วยความอยากรู้ กลิ่นหอมในนั้นพลันลอยออกมา นางพบว่าข้างในเป็นของเหลวสีแดงที่เต็มไปด้วยพลังชีวิต “พี่ชาย นี่คืออะไรหรือ?”
“เลือดของข้า”
“เอ๋?” หลี่เต้าไม่ได้ปิดบัง เขาอธิบายว่า “เพราะเหตุผลของพลังสายเลือด เลือดขอ