าวว่า “ค่อยว่ากันทีหลังเถอะ”
ไม่นานหลังจากนั้น เมื่อทุกคนกินดื่มเสร็จแล้ว ก็ได้มารวมตัวกันเพื่อปรึกษาหารือว่าควรทำอย่างไรต่อไป
หลี่ชิงเอ๋อร์กล่าวว่า “พี่ชายวางใจมอบเรื่องนี้ให้ข้าเถิด ขาสัญญาวาจะล่วงข่าวขององค์ชายสามและองค์ชายสี่มาให้ได้”
หลี่เต้ายังคงไม่วางใจจึงเอ่ยปากว่า “เมื่อคืนข้าคิดอะไรแคบไป ที่จริงเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องให้เจ้าเสี่ยงอันตราย พวกเขาตายก็ปล่อยให้ตายไป เจ้าอยู่ข้างกายข้าก็พอ หลังจากนี้เราค่อยจัดการกับสำนักปราบสวรรค์ก็ได้”
“ไม่ค่ะ” หลี่ชิงเอ๋อร์ส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า “ที่จริงไม่มีอันตรายเลยสักนิด ตราบใดที่ข้ายังเป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์ ตราบใดที่ ‘นาง’ ยังอยู่ ก็จะไม่มีใครในสำนักปราบสวรรค์กล้าทำอะไรข้า รวมถึงประมุขที่ไม่เคยปรากฏตัวผู้นั้นด้วย”
พอพูดถึงตรงนี้ หลี่ชิงเอ๋อร์ก็หัวเราะเบาๆ แล้วกล่าวว่า “พี่ชายท่านรู้หรือไม่ว่าข้าได้รู้อะไรจากความทรงจำของนาง”
“อะไรหรือ?”
“อันที่จริงแล้ว นางเป็นน้องสาวแท้ๆ ของประมุขลัทธิลึกลับนั่น” หลี่ชิงเอ๋อร์พูดต่อไปว่า “ดังนั้น ข้าไม่เพียงแต่จะไม่ตกอยู่ในอันตราย แต่กลับจะปลอดภัยมากด้วยซ้ำ”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลี่เต้าก็พยักหน้า หากสถานการณ์เป็นเช่นนี้ก็น่าจะลองดูได้ ทันใดนั้นหลี่เต้าก็ถามขึ้นว่า “เจ้าสามารถแสดงเป็น ‘นาง’ ได้ดีหรือไม่?”
หลี่ชิงเอ๋อร์กลอกตาใส่ “พี่ชาย ท่านอย่าได้ดูแคลนน้องสาวของท่านเลย”
ในชั่วขณะถัดมารอบกายของหลี่ชิงเอ๋อร์ก็พ