็นแน่”
หลี่เต้าเงยหน้าขึ้นกล่าว “ถึงเวลานั้น ข้าจะไปกับเจ้าด้วย แล้วข้าจะช่วยอธิบายให้พวกเขาฟัง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่ชิงเอ๋อร์ก็หัวเราะคิกคัก “ขอบคุณค่ะพี่ชาย”
นางพูดพลางกินน่องไก่อย่างเอร็ดอร่อย แม้จะเป็นเพียงน่องไก่ธรรมดา แต่เพราะเป็นของที่พี่ชายให้ นางจึงรู้สึกว่ามันอร่อยเหนือกว่าอาหารเลิศรสทั้งปวงในโลกเสียอีก
หลี่เต้าเงยหน้าขึ้นมองหญิงชุดขาวที่คอยคุ้มกันอยู่นอกวัดร้าง แล้วจึงหันมาถาม “แล้วพวกนางล่ะ? พวกนางจะทำอย่างไร? แม้พวกนางจะเป็นคนของสำนักปราบสวรรค์ แต่ก็เห็นได้ชัดว่าสนิทกับเจ้ามากกว่า”
หลี่ชิงเอ๋อร์เงยหน้าขึ้นมองไปที่ไฉอี่และคนอื่นๆ แล้วนางก็นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะอธิบายว่า
“พี่ชาย ไฉอี่และพวกนางล้วนเป็นคนน่าสงสาร หลังจากที่ข้าเข้าร่วมสำนัก พวกนางก็เป็นคนที่ข้าช่วยมาจากมือของสมาชิกระดับกลางของสำนักปราบสวรรค์ คนส่วนใหญ่ล้วนไม่มีบ้าน ไร้ญาติขาดที่พึ่ง หากข้าต้องกลับขึ้นเขา การพาพวกนางไปด้วยก็คงเป็นไปไม่ได้… เพราะงั้น หลังจากเรื่องนี้จบลง ให้พวกนางติดตามพี่ชายเถิด” หลี่ชิงเอ๋อร์เอ่ยขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“ติดตามข้าหรือ?” หลี่เต้าเลิกคิ้วขึ้น
หลี่ชิงเอ๋อร์พยักหน้าพลางกล่าวว่า “ท่านเป็นถึงขุนนางผู้ปกครองดินแดน และเป็นขุนนางขั้นกงของราชสำนัก คงไม่ถึงกับเลี้ยงดูคนเพียงเท่านี้ไม่ไหวกระมัง”
“เจ้าใช้กลยุทธ์ยั่วยุเช่นนี้ ดูโจ่งแจ้งเกินไปแล้ว” หลี่เต้ามองไปที่พวกไฉอี่แล้วโบกมือพลางกล่