? แต่พวกนางยังคงจงรักภักดีต่อสตรีศักดิ์สิทธิ์ และสตรีศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นผู้ที่ช่วยชีวิตพวกนางเอาไว้ แก้แค้นหรือ? แล้วพวกนางจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร
ในขณะที่พวกไฉอี่กำลังคิดฟุ้งซ่านอยู่นั้น ควันและฝุ่นบนซากปรักหักพังของวิหารหลักในวัดเต๋าก็ค่อยๆ สลายไป ทันใดนั้น ก็มีร่างสีเลือดปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางซากปรักหักพัง นั่นคือหลี่เต้าที่ถูกห่อหุ้มด้วยพลังปราณโลหิต
ตูม!
ก่อนที่ทุกคนจะทันได้ตอบสนอง หลี่เต้าก็ระเบิดพลังออกมาอีกครั้ง เขาพุ่งตรงไปยังหญิงในชุดนักบวช หญิงในชุดนักบวชดวงตาวาววับ นางเอ่ยปากว่า “ข้าตั้งใจจะไว้ชีวิตเจ้าเพราะเห็นแก่วาสนาระหว่าง ‘นาง’ กับข้า แต่ในเมื่อเจ้าอยากเป็นแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ นี่ก็คือกรรมของเจ้าเอง”
“ร่างกายของเจ้ามีพรสวรรค์ผิดปกติ ข้าที่ถูกปลุกพลังโดนขุนนางดึงตัวมาดวงนี้ ขาดทหารเต๋าคุ้มกันตัวอยู่พอดี หลังจากหลอมเจ้าเป็นทหารเต๋าแล้ว เจ้าจะได้อยู่เคียงข้างนางตลอดไป นับว่าเป็นการชดเชยวาสนาระหว่างเจ้ากับนางแล้ว”
เมื่อเสียงพูดนั้นจบลง ม่านตาของหญิงในชุดนักบวชก็สว่างวาบขึ้น ชั่วขณะถัดมามือยักษ์สองข้างก็พลันปรากฏขึ้นตรงหน้า เมื่อร่างของหลี่เต้าเคลื่อนเข้ามาใกล้ มอยักษ์ทั้งสองข้างก็ประกับเข้าหากันทันที บีบหลี่เต้าไว้ตรงกลาง กักขังเขาไว้ภายใน
เมื่อเห็นหลี่เต้าถูกกักขัง หญิงในชุดนักบวชจึงเอ่ยเสียงเบา “วางใจเถิด กระบวนการนี้จะไม่เจ็บปวดมากนัก”
ในชั่วขณะถัดมา พลังปราณโลหิตอันน่า