่ยปากว่า “ทุกคนอย่าพูดเหลวไหล ข้าเพียงแค่เคารพคำสอนของสำนักปราบสวรรค์พวกเราเท่านั้น ไม่นับเป็นอะไรหรอก”
เมื่อมองดูการแสดงของคนเหล่านี้ หยางเหยียนก็อดพึมพำไม่ได้ว่า “ช่างกล้าเหลือเกิน พูดแบบนี้คิดจะก่อกบฏหรือไร”
เนื่องจากเขาไม่ได้ลดเสียงลง หัวหน้าหอหลิวและผู้ฝึกยุทธหลายคนที่อยู่ข้างกายจึงได้ยินคำพูดนี้
ทันใดนั้น หัวหน้าหอหลิวก็เหลือบตามองไปที่หลีเต้าอีกครั้ง “ไม่ทราบว่าคุณชายหลีมีฐานะอะไรหรือเหตุใดจึงมาทั่งโจว?”
“ฐานะหรือ?” หลีเต้ากวาดตามองไปรอบๆ หนึ่งครั้ง แล้วยิ้มบางพูดเสียงเบาว่า “หัวหน้าหอหลิวอยากรู้จริงหรือ? ข้าเกรงว่าหากพูดออกไปแล้ว พวกเจ้าจะรับไม่ได้”
“คุณชายหลีล้อเล่นแล้ว มีฐานะอะไรที่พวกเราจะรับไม่ได้กัน”
“ถ้าเช่นนั้น หากข้าบอกว่าข้าเป็นขุนนางที่ทางราชสำนักส่งลงมาล่ะ”
ทันใดนั้น สีหน้าของหลิวเผิงพลันเปลี่ยนไปทันที ทางด้านหลีเต้ายังคงพูดต่อว่า “และไม่ใช่แค่ขุนนางธรรมดาๆ แต่เป็นเจ้าหน้าที่ที่มาเพื่อจัดการกับสำนักปราบสวรรค์ของพวกเจ้าโดยเฉพาะ”
ชั่วขณะนั้น บรรยากาศทั้งหมดในที่นั้นก็หยุดนิ่ง
“ฮ่าฮ่าฮ่า!” ทันใดนั้นหลิวเผิงก็หัวเราะออกมาดังๆ แล้วเอ่ยว่า “คุณชายหลีเต้า ท่านช่างชอบพูดเล่นเสียจริง การแต่งกายแบบพวกท่านนี้ จะเป็นเจ้าหน้าที่ที่ราชสำนักส่งมาได้อย่างไร”
“อีกทั้งสำนักปราบสวรรค์ของพวกเราก็เป็นเพียงสำนักธรรมดา จะไปดึงดูดการสืบสวนจากราชสำนักได้อย่างไร แล้วถึงราชสำนักจะส่งคนมา ก