องพวกเจ้านี้มหัศจรรย์นัก ข้าอยากให้พวกเขาได้ลองดูบ้าง”
เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของหลีเต้า ยามลาดตระเวนก็ลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดกับคนที่แจกน้ำมนต์ข้างๆ “เอาให้เขาด้วย”
“ขอบคุณมาก”
หลังจากรับน้ำมนต์มาหลายชาม หลีเต้าก็จากไป ท่ามกลางสายตาอิจฉาของกลุ่มผู้ลี้ภัย ส่วนยามลาดตระเวนคนนั้นก็จับจ้องเงาร่างด้านหลังของหลีเต้าตลอดเวลา
หลังจากครุ่นคิดครู่หนึ่ง คนลาดตระเวนพลันหันหลังกลับมาพูดว่า “พวกเจ้าแจกน้ำมนต์ต่อไป ข้าจะออกไปสักครู่”
จากนั้นยามลาดตระเวนก็เดินจากไปอีกทางหนึ่ง
หลังออกจากแถวผู้ลี้ภัย หลีเต้าก็ถือน้ำมนต์ที่ว่ากลับมายังรถม้า
ในที่ที่ไม่มีใครเห็น เขาอ้าปากอมน้ำมนต์ที่เขาดื่มเข้าไปก่อนหน้านี้ พลันกลายเป็นสายน้ำพุ่งลงพื้นโดยตรง แม้ว่าร่างกายปัจจุบันของหลีเต้าอาจกล่าวได้ว่าไม่เกรงกลัวต่อพิษใดๆ แต่เขาก็ไม่อยากให้ร่างกายดูดซึมสิ่งที่ไม่รู้ที่มาที่ไปนี้
หลังจากหลีเต้ากลับมา หยางเหยียนและคนอื่นๆ ก็เข้ามารวมตัวกัน หญิงสาวทั้งสามในรถม้าก็โผล่หัวออกมา
“หัวหน้า นี่คือน้ำมนต์ที่ว่าใช่หรือไม่? ดูเหมือนไม่มีอะไรแปลกนะ” หยางเหยียนยกชามน้ำมนต์ขึ้นมาดมดูพลางพูดอย่างสงสัย
หลีเต้าเอ่ยขึ้น “เจ้าไม่ลองดื่มมันดูล่ะ”
หยางเหยียนส่ายหน้าอย่างแรง “ข้าขอปฏิเสธดีกว่า”
“ข้าขอดูสักหน่อยได้หรือไม่?” ในตอนนั้นเอง เหมียวซินที่โผล่หน้าออกมาจากรถม้าก็พลันเอ่ยปากขึ้น
หลีเต้าชะงักไปครู่หนึ่งแล้วถามว่า “เหมียวซิน เจ้ารู้จ