ักน้ำมนต์นี้หรือ?”
เหมียวซินตอบเสียงเบา “ข้าต้องดูก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
หลังจากหลีเต้าส่งชามน้ำมนต์ให้ เหมียวซินก็รับมันไว้อย่างคล่องแคล่ว
ต่อมานางไม่ได้ดมกลิ่นมันและไม่ได้ชิมมันด้วย เห็นเพียงนางยื่นมือขาวเนียนออกมา วางราบเหนือน้ำมนต์
ในชั่วขณะถัดมา แสงสีขาวนวลสายหนึ่งก็แผ่ออกมาจากฝ่ามือของนาง ปกคลุมน้ำมนต์เอาไว้
จากนั้น ภาพอัศจรรย์ก็ปรากฏขึ้น ภายใต้แสงสีขาวนี้ น้ำมนต์พลันเกิดการเปลี่ยนแปลง สิ่งสกปรกในน้ำเหล่านั้นค่อยๆ ลอยขึ้นมาบนผิวน้ำ สุดท้ายก็แยกออกจากน้ำมาลอยอยู่ในอากาศ
เพียงเท่านี้ยังไม่จบ สิ่งเจือปนเหล่านั้นเริ่มเรียงตัวกันในอากาศอีกครั้ง
ผ่านไปสิบกว่าลมหายใจ สิ่งเจือปนในน้ำมนต์นั้นได้หายไปอย่างสิ้นเชิง และระหว่างน้ำมนต์กับฝ่ามือของเหมียวซิน มีกระดาษสีเหลืองที่ขาดหายไปหลายส่วนปรากฏขึ้น ซึ่งมันประกอบขึ้นจากสิ่งเจือปนในน้ำมนต์ เมื่อมองดูจากขอบ มันเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าและยังพอเห็นร่องรอยสีแดงบนนั้นอยู่รางๆ
“เหมียวซิน นี่คืออะไร?” เมื่อพิจารณาจากเหตุการณ์ตรงหน้าก็ชัดเจนแล้วว่านางรู้จักน้ำมนต์นี้
เหมียวซินสลายแสงสว่างบนมือ ปล่อยให้สิ่งเจือปนแตกสลายอีกครั้ง จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นกล่าวว่า “นี่น่าจะเป็นวิชาไสยศาสตร์ หรือจะเรียกว่ามนต์ดำก็ได้”
“ไสยศาสตร์? มนต์ดำ?” ทันใดนั้นหลีเต้าพลันตกตะลึงไปชั่วครู่ แต่ก็ยอมรับคำอธิบายนี้ได้อย่างรวดเร็ว ในเมื่อนี่เป็นโลกแห่งการบำเพ็ญแล้ว การปรากฏของส