งที่ไปยังเมืองหลงสุ่ย อาจกล่าวได้ว่าทุกๆ สิบหลี่ พวกเขาจะพบกับกลุ่มผู้ลี้ภัยกลุ่มหนึ่ง และภายในระยะสิบหลี่ก็จะต้องมีกลุ่มคนก่อจลาจลอีกกลุ่ม แต่ผลปรากฏว่าในเมืองหลงสุ่ยที่ควรจะวุ่นวายยิ่งกว่า พวกเขาเดินทางมาสิบกว่าหลี่แล้ว แต่กลับไม่พบร่องรอยของผู้ลี้ภัยและผู้ก่อจลาจลเลย เป็นไปได้หรือไม่ว่าพวกเขาจะหนีไปหมดแล้ว หรือไม่ก็ตกตายกันหมด?
ในที่สุด บนเส้นทางที่ห่างจากเขตหลงเหมินมาประมาณสามสิบหลี่ พวกเขาก็ได้บังเอิญพบกับกลุ่มผู้ลี้ภัยกลุ่มหนึ่ง ทว่าสิ่งที่แปลกคือ ผู้ลี้ภัยกลุ่มนี้ไม่ได้มุ่งหน้าไปยังเขตชายแดนของเมืองหลงสุ่ย แต่กลับเดินตรงไปยังเขตหลงเหมิน
ด้วยการอนุญาตจากหลี่เต้า หยางเหยียนจึงลงมือจับชายผู้ลี้ภัยคนหนึ่งเอาไว้ แล้วพาเขามาที่หน้ารถม้า เมื่อผู้ลี้ภัยที่เหลือเห็นเหตุการณ์นั้น ก็พากันแตกฮือกระเจิดกระเจิงไป
“ขอร้องท่าน อย่าฆ่าข้า อย่าฆ่าข้า!” เมื่อเห็นหลี่เต้า ผู้ลี้ภัยคนนั้นก็รีบคุกเข่าวิงวอนทันที
“ไม่ฆ่าเจ้าหรอก เจ้าเพียงแค่ตอบคำถามของข้าตามความจริงก็พอ”
“ท่านถามมาเถิด ตราบใดที่รู้ ข้าจะบอกท่านทั้งหมด”
“คำถามง่ายๆ ทำไมผู้ลี้ภัยที่เหลือต่างวิ่งออกไปข้างนอก แต่พวกเจ้ากลับมุ่งหน้าไปยังเขตหลงเหมิน พวกเจ้าก็น่าจะรู้มิใช่หรือว่าเขตหลงเหมินเป็นที่แรกที่พวกกบฏปรากฏตัวในเมืองหลงสุ่ย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้ลี้ภัยก็ทำหน้าเศร้าพลางกล่าวว่า “ท่านขอรับ อันที่จริงพวกข้าก็อยากจะวิ่งออกไปข้างนอก