มีวิธีแบ่งเบาความกังวลให้พระองค์ได้”
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของฮองเต้ก็ดำทะมึนยิ่งกว่าเดิมในทันที พระองค์ถามเสียงเย็นว่า
“แล้วเจ้าออกมายืนทำไม?”
ด้วยโทสะของฮองเต้ในตอนนี้ หากซุนเซียนพูดผิดไปแม้แต่คำเดียวคงได้ถูกตัดหัวแยกกร่างเป็นแน่ ซุนเซียนไม่ได้ตื่นตระหนกแต่กลับพูดต่อว่า
“ฝ่าบาท แม้ข้าจะไม่มีวิธีแบ่งเบาความกังวลให้พระองค์ได้ แต่มีคนหนึ่งที่ทำได้”
พอคำพูดนี้ออกไป เหล่าขุนนางในท้องพระโรงก็ต่างขมวดคิ้วก่อน แล้วจึงมีสีหน้าเข้าใจในทันที สุดท้ายสายตาของทุกคนก็จับจ้องไปที่ร่างของคนผู้หนึ่ง รวมถึงสายตาของฮองเต้ด้วย
“ฝ่าบาท อู่อันกงสามารถจัดการดินแดนทางใต้ที่เลวร้ายได้ภายในสามปี ทั้งยังสามารถควบม้าสู่ศึกไปปราบชนเผ่าเป่ยหมานมาแล้ว หากจะกล่าวว่าในบรรดาขุนนางทั้งหลายในท้องพระโรงนี้ ผู้ใดมีแนวโน้มสามารถจัดการถังโจวได้ และสามารถพาตัวองค์ชายทั้งสองกลับมาได้ ก็ต้องเป็นอู่อันกงอย่างแน่นอน”
เมื่อซุนเซียนพูดจบแล้วก็เบนสายตาไปมองหลี่เต้า บนท้องพระโรงผู้อื่นอาจเกรงกลัวตำแหน่งและฐานะในปัจจุบันของหลี่เต้า แต่เขาไม่เป็นเช่นนั้น เพราะได้ล่วงเกินไปแล้ว ตอนนี้ก็เพียงแค่ล่วงเกินอีกครั้งเท่านั้น