ม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้น
“เสด็จพ่อ…”
“หุบปาก! พวกเจ้าใครก็ตามที่กล้าพูดอีกแม้แต่ประโยคเดียว จงรับโทษกักบริเวณหนึ่งปีด้วยตนเอง”
ดังนั้นจึงไม่มีองค์ชายใดกล้าอ้าปากอีก การกักบริเวณของฮองเต้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลย แต่เป็นการกักบริเวณอย่างแท้จริง เป็นการตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง ในยามคับขันเช่นนี้การถูกกักบริเวณหนึ่งปีก็เท่ากับการขุดหลุมฝังตัวเอง เมื่อเห็นบุตรชายทั้งสามที่เหลือปิดปากเงียบแล้ว ฮองเต้ก็ถอนหายใจพร้อมกับมีแววเศร้าแวบหนึ่งผ่านก้นบึ้งของดวงตาไป แต่เขารีบซ่อนมันไว้อย่างรวดเร็ว
จากนั้นสายตาของเขาก็มองไปยังเหล่าขุนนางที่อยู่ใต้บันไดมังกรอีกครั้ง เขาตบมือลงบนบัลลังก์มังกรแล้วเอ่ยเสียงทุ่มว่า
“หรือว่าในราชสำนักอันยิ่งใหญ่นี้ ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่สามารถช่วยเราแก้ปัญหานี้ได้เลยหรือ?”
ความจริงแล้วมีคนอยากแก้ปัญหาให้มากมายแต่ก็ไม่มีใครกล้าเสี่ยง เช่นนี้ในที่สุดขณะที่ฮองเต้กำลังจะทนไม่ไหวและระเบิดอารมณ์ออกมา ร่างหนึ่งก็ก้าวออกมาจากหมู่ขุนนาง
“ฝ่าบาท”
เมื่อเห็นมีคนออกมายืน ฮองเต้ก็ข่มความโกรธเอาไว้ชั่วคราว
“ซุนเซียน เจ้าออกมายืนทำไม? หรือว่าเจ้ามีวิธีช่วยคนงั้นหรือ?”
คนที่มาไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นซุนเซียน รองเสนาบดีกรมอาญานั่นเอง หลังจากวันที่เดิมพันกับหลี่เต้าแล้วเงียบไปช่วงหนึ่ง จู่ๆ เขาก็กลับออกมายืนในวันนี้ ซุนเซียนประสานมือคำนับแล้วกล่าวว่า
“ฝ่าบาท หนึ่งข้าไม่มีทหาร สองไม่มีกำลัง ไม่