ษ์สองนายขวางไว้ที่ด้านนอกพระที่นั่งไท่เหอทันที
ชายผู้นั้นมองดูขุนนางฝ่ายปกครองและฝ่ายทหารทั้งหลายบนท้องพระโรงและฮ่องเต้ จากนั้นก็คุกเข่าลง ประสานมือทูลว่า
“ฝ่าบาท เกิดเรื่องใหญ่ที่ทั่งโจวแล้วพะยะค่ะ”
ทั่งโจว?
เมื่อเสียงนั้นดังไปถึงท้องพระโรง สีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไปพร้อมกัน
ไม่นานมานี้ฮ่องเต้เพิ่งจะส่งจาวคังและจาวหยงไปทั่งโจว เพียงแคผ่านไปสิบวันก็เกิดเรื่องใหญ่แล้ว?
ฮ่องเต้ระงับความรำคาญในใจ ออกคำสั่งทันทีว่า “อย่าขวาง ให้เขาเข้ามา”
เมื่อได้ยินดังนั้น ราชองครักษ์ทั้งสองนายก็หลีกทางให้ชายผู้บาดเจ็บกลิ้งและคลานมาถึงกลางท้องพระโรง
“เล่ามา เกิดเรื่องใหญ่อะไรขึ้นที่ทั่งโจว แล้วองค์ชายสามกับองค์ชายสี่เป็นอย่างไรบ้าง?”
ชายผู้บาดเจ็บรีบประสานมือคำนับและกล่าวว่า “ฝ่าบาท ทั่งโจววุ่นวายไปทั้งเมืองพะยะค่ะ”
“วุ่นวาย?”
“พะยะค่ะ เมื่อสี่วันก่อนกระหม่อมได้ติดตามเหล่าทหารองครักษ์ ไปกับองค์ชายสามและองค์ชายสี่เข้าสู่เมืองหลงสุ่ยในทั่งโจว”
“แต่ไม่คาดคิดว่า ทันทีที่พวกเราเข้าไปในเมืองหลงสุ่ยก็เกิดจลาจลขึ้นอย่างฉับพลัน ความวุ่นวายทำให้กองกำลังของพวกเราแตกกระเจิงในชั่วพริบตา”
“อะไรนะ!”
ฮ่องเต้พลันมีสีหน้าเคร่งขรึม มือขวาบีบหัวมังกรที่แกะสลักบนบัลลังก์มังกรโดยไม่รู้ตัว แล้วเอ่ยเสียงเย็นว่า “แล้วองค์ชายสามกับองค์ชายสี่เล่า!”
ชายผู้บาดเจ็บกล่าวด้วยน้ำเสียงสะอื้น “หลังจากความวุ่นวายสิ้นสุดลง กระหม่อมก็พบว่า