ำคัญครั้งแรก หากไม่คว้าโอกาสนี้ไว้ก็น่าเสียดายเกินไป
เมื่อคิดให้กระจ่างแล้ว จาวคังก็ลงมือทันที
อีกด้านหนึ่ง จาวหยงที่อยู่ติดกับจาวคังตลอดเวลา ขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ก็คอยสังเกตความเคลื่อนไหวรอบข้างไปด้วย
ทันใดนั้นเขาสังเกตเห็นว่าจาวคังเริ่มลงมือแล้ว แม้ว่าเขายังคิดไม่กระจ่าง แต่สัญชาตญาณก็ทำให้เขาลงมือตามไปโดยทันที
“ฝ่าบาท กระหม่อม…”
จาวคังเพิ่งก้าวออกมาประสานมือและจะเอ่ยปาก ทันใดนั้นเขาก็พบว่ามีเงาร่างหนึ่งตามเขาออกมาอย่างรวดเร็ว
เมื่อหันไปมองสีหน้าของเขาก็พลันดำทะมึนทันที เขาหยุดพูดแล้วกัดฟันกระซิบว่า “เจ้าต้องการทำอะไร?”
จาวหยงที่ได้สติแล้วยิ้มอย่างพอใจ “เจ้าทำอะไรข้าก็ทำอย่างนั้น”
“เจ้า!”
จาวคังโกรธจนแทบจะระงับไว้ไม่อยู่ แต่เขาก็ไม่อาจระเบิดอารมณ์ออกมาได้
ในเวลานี้ทุกคนต่างสังเกตเห็นจาวคังและจาวหยงที่ก้าวออกมาแล้ว
ฮ่องเต้มองดูทั้งสองคนพลางเลิกคิ้วขึ้น “องค์ชายสามและองค์ชายสี่ พวกเจ้ามีอะไรจะพูดหรือ?”
ในตอนนี้จาวคังไม่มีเวลาให้ลังเลอีกต่อไปแล้ว
ดังนั้นเขาจึงก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเพื่อแยกจากจาวหยง แล้วประสานมือกล่าวว่า
“ฝ่าบาท เรื่องทั่งโจวกระหม่อมอยากช่วยแบ่งเบาความกังวลของฝ่าบาท”
เมื่อได้ยินดังนั้นฮ่องเต้ก็ลูบเคราที่คาง แล้วหันไปมองจาวหยง “องค์ชายสี่เล่า?”
จาวหยงเองก็ไม่เกรงใจ เขาก้าวออกมาหนึ่งก้าวตามจาวคังแล้วประสานมือคำนับ
“ฝ่าบาท ลูกอยากแบ่งเบาภาระของพระองค์เช่นเดียวกั