บพี่สาม”
“อย่างนั้นหรือ”
ฮ่องเต้เหลือบมองไปยังบุตรชายอีกสามคนไม่ได้ก้าวออกมา
เห็นได้ว่าบุตรคนโตมีท่าทีลังเล แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ก้าวออกมา
คนรองก็ดูเหมือนจะมองคนโตแวบหนึ่ง แล้วก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ
ส่วนคนที่ห้านั้น เมื่อมองดูพี่สามและพี่สี่แล้วก็แค่นเสียงเบาๆ จากนั้นก็ไม่สนใจอีก
สุดท้ายแล้วฮ่องเต้จึงหันกลับมามองทั้งสองคนอีกครั้ง
“พวกเจ้าต่างก็อยากจัดการเรื่องทั่งโจวหรือ?”
ทั้งสองคนตอบพร้อมกันว่า “พะยะค่ะ”
เมื่อได้ยินดังนั้นฮ่องเต้ก็แสดงสีหน้าลังเล มองไปมาระหว่างทั้งสองคน
ในตอนนั้นเองจาวหยงพลันพูดขึ้นทันทีว่า “ฝ่าบาท พระองค์กำลังลำบากพระทัยว่าจะเลือกกระหม่อมหรือพี่สามใช่หรือไม่พะยะค่ะ”
ฮ่องเต้พยักหน้า “พวกเจ้าต่างก็ก้าวออกมา ดังนั้นย่อมต้องเลือกสักคน”
จาวหยงยิ้มพลางกล่าว “อันที่จริงแล้วฝ่าบาทไม่จำเป็นต้องเลือกก็ได้”
“หมายความว่าอย่างไร?”
จาวหยงประสานมือคำนับ “ฝ่าบาท เรื่องทั่งโจวคาดว่าจะเกี่ยวพันเป็นวงกว้าง”
“กระหม่อมรู้สึกว่าหากอาศัยเพียงคนเดียว ก็คงยากที่จะเปิดเผยสถานการณ์ในทั่งโจวได้อย่างรวดเร็ว”
“แต่หากมีคนเพิ่มมาอีกคนช่วยกันสืบสวนจัดการ ก็น่าจะง่ายขึ้นมากพะยะค่ะ”
จาวคังถึงกับตะลึงงัน ไม่คิดว่าจาวหยงจะเสนอความคิดเช่นนี้
แต่ไม่นานก็เข้าใจแล้ว เขาเป็นคนแรกที่ก้าวออกมาและเป็นคนแรกที่เอ่ยปาก
หากลองพิจารณาดู ในเมื่อทั้งสองคนไม่มีข้อได้เปรียบที่ชัดเจน จึงดูเหมือนว่าเรื่องนี้ส่วนใหญ่จะ