ิมมาเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร
ยิ่งหยางหลินคิด ความอยากรู้อยากเห็นในใจก็ยิ่งห้ามไม่อยู่
กลับมาปัจจุบัน
เมื่อมองประตูใหญ่ที่เปิดแง้มไว้อยู่ หลีเต้าก็ลังเลเล็กน้อยก่อนจะผลักประตูเดินเข้าไป
เมื่อเทียบกับการเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาของหยางหลิน จุดหมายของเขานั้นเรียบง่ายมาก เดินตรงมาถึงหน้าศาลบรรพชนโดยไม่ต้องอ้อมไปทางไหน
ทันทีที่หลีเต้ามาถึงศาลบรรพชน ร่างหนึ่งก็เดินออกมาจากศาลพอดี ในชั่วขณะนั้นทั้งสองคนต่างมองไปที่อีกฝ่ายพร้อมกัน
“อาหยาง”
“เจ้าหนูหลี”
ทั้งสองคนพูดขึ้นมาแล้วหยุดลงพร้อมกัน หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง หลีเต้าก็ยิ้มบางๆ เอ่ยทำลายความเงียบว่า “อาหยาง ท่านพูดก่อนเถิด”
หยางหลินพยักหน้า ก่อนหน้านี้เขารู้สึกรนรานมาก แต่ไม่รู้ว่าทำไมเมื่อได้พบกับหลีเต้าจริงๆ แล้ว จิตใจของเขากลับสงบลงได้ เขาหยุดชั่วครู่แล้วเอ่ยปากถามว่า
“เจ้าบอกข้าหน่อยเถิด ศาลบรรพชนแห่งนี้เป็นของตระกูลใด?”
“เคยเป็นศาลบรรพชนของตระกูลหลี ผู้ได้รับบรรดาศักดิ์อันหยวนปอ ตั้งแต่สมัยก่อตั้งแคว้น”
“ที่นี่เป็นเจ้าที่บูรณะขึ้นมาใหม่ใช่หรือไม่?”
“ใช่”
“เพราะเหตุใด?” เมื่อถามคำถามนี้ออกไป หยางหลินก็จ้องมองหลีเต้าด้วยสายตาคมกริบ
สีหน้าหลีเต้าไม่เปลี่ยนแปลง เขายิ้มบางพลางกล่าวว่า “เพราะมีวาสนาต่อกัน”
หยางหลินเปลี่ยนน้ำเสียงถามว่า “วาสนาอะไร?”
หลีเต้าตอบตามตรง “สายเลือดที่สืบทอดกันมา”
“สายเลือดที่สืบทอดกันมา…” เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หยางหลินพลัน