เมื่อได้ยินคำตอบเดียวกันกับเถียซานเหนียง สีหน้าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของจ้าวเซียวก็เปลี่ยนเป็นขมึงทึงในทันที หากเถียซานเหนียงบอกว่าไม่คู่ควร เขาก็แค่รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยเท่านั้น ถึงเถียซานเหนียงจะมีสถานะสูงส่งเพียงใด แต่ในสายตาเขา นางก็เป็นเพียงบุตรีของพ่อค้าหลวงเท่านั้น ด้วยภูมิหลังและสถานะของเขาจึงไม่จำเป็นต้องสนใจเรื่องพวกนี้เลย หากเขาสามารถขึ้นเป็นรัชทายาทได้ ตระกูลเถียก็จะเป็นเพียงของเล่นในมือเขาเท่านั้น ส่วนคำพูดที่ว่าไม่คู่ควรนั้นเขาก็คิดเช่นนั้นจริงๆ แต่เมื่อคำพูดนี้ออกมาจากปากของหลี่เต้า กลับทำให้เขารู้สึกเสียหน้า ถึงอย่างไรตอนนี้เขาก็มาหาถึงที่แล้ว คำว่าไม่คู่ควรนี้เขาเข้าใจได้เลยว่าเป็นการปฏิเสธและดูแคลน
“ท่านอู่อันกง ท่านควรคิดให้ดีก่อนตอบ การเป็นมิตรกับองค์ชายอย่างข้า อนาคตของท่านย่อมจะสดใส”
เมื่อนึกถึงคำกำชับที่ท่านตาให้ไว้ก่อนออกเดินทาง จ้าวเซียวจึงตัดสินใจที่จะให้โอกาสหลี่เต้าอีกครั้ง อนาคตที่สดใส? น่าจะเป็นอนาคตที่ถูกหลอกลวงมากกว่า แน่นอนว่านี่เป็นเพียงความคิดเท่านั้น หลี่เต้ายังไม่เห็นเงื่อนไขที่จะ ‘รังแก’ เขาได้จากองค์ชายห้า
เมื่อเผชิญกับคำถามที่จ้าวเซียวถามต่อ หลี่เต้าก็กล่าวเสียงเรียบว่า
“องค์ชายห้า ข้าพูดชัดเจนแล้ว หากทุกท่านมาเยือนจริงๆ ก็เชิญเข้าจวนนั่งเถิด หากปล่อยให้งานเลี้ยงที่เตรียมไว้ล่าช้าต่อไป อาหารก็จะไม่อย่อร่อยแล้ว”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของจ