ำไปสู่ความผิดพลาดต่อเนื่อง ยากที่จะหวนกลับแล้ว”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลีเต้าก็พยักหน้าแสดงความเข้าใจ
ในชาติก่อนเขาก็เคยดูละครเกี่ยวกับการแย่งชิงตำแหน่งรัชทายาทในสมัยโบราณมาไม่น้อย
เขาย่อมรู้ถึงอันตรายที่แฝงอยู่
ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากโลกใบนี้เป็นโลกที่มีวิทยายุทธขั้นสูง ระดับความอันตรายจึงย่อมยิ่งทวีคูณเพิ่มไปอีก
แต่ทว่า…
แม้การแย่งชิงตำแหน่งรัชทายาทจะอันตรายเพียงใด แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเขาด้วยเล่า
เขาค่อยๆ ก้าวมาจากค่ายนักโทษประหารจนถึงทุกวันนี้ได้
ในด้านหนึ่งนั่นคือการฝึกฝนตลอดเส้นทางให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อให้ได้มาซึ่งพลังในการ ‘ปกปองตัวเอง’ บ้าง
อีกด้านหนึ่งก็คือการหาคนบางคนเพื่อแก้แค้นในชาตินี้
ส่วนเรื่องที่ว่าใครจะสืบทอดตำแหน่งต่อจากฮ่องเต้นั้น มันเกี่ยวอะไรกับเขาด้วยหรือ
ตราบใดที่ไม่ส่งผลกระทบต่อเขา ใครอยากจะเป็นก็เป็นไป
ส่วนเรื่องที่ว่าจะก่อกบฏเพื่อขึ้นเป็นฮ่องเต้เองนั้น หลีเต้ายังไม่มีความคิดเช่นนั้นในตอนนี้
เขารู้ดีว่าตัวเองไม่ได้มีความทะเยอทะยานในอำนาจมากนัก
หากไม่จำเป็น เขาก็จะไม่หาเรื่องยุ่งยากเช่นนี้ให้ตัวเอง
แม้ว่าในอนาคตเขาอาจจะมีความสามารถทำเช่นนั้นได้ก็ตาม
เขาชอบที่จะเดินทางอย่างอิสระในโลกใบนี้ แทนที่จะกักขังตัวเองอยู่ในวังหลวงมากกว่า
แต่หลีเต้าก็รู้ดีว่าบางเรื่องไม่ได้เป็นไปตามอย่างที่เขาคิดเสมอไป
คนในยุทธภพนั้นย่อมไม่อาจควบคุมชะตาชีวิตของตนเองได้ ในราชสำนักเองก็เป็น