อองก็พุ่งเข้าใส่หน้า หลังจากทั้งสามคนเข้าไปในเรือนก็เห็นว่าภายในนั้นรกร้าง ป้ายวิญญาณที่ทำจากไม้กระจัดกระจายเต็มพื้น เพียงแค่มองก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือศาลบรรพชนที่ใช้สำหรับบูชาบรรพบุรุษ
หลี่เตาเงยหน้าขึ้นมองไปด้านบน ป้ายไม้จารึกของจวนอันหยวนป๋อในอดีตยังคงแขวนอยู่บนคานเรือน เพียงแต่มันเต็มไปด้วยฝุ่นผงและใยแมงมุม ป้ายไม้จารึกเหล่านี้เป็นสิ่งที่ปฐมจักรพรรดิแห่งตาเฉียนพระราชทานให้ในอดีต แม้แต่คนของจวนอัครเสนาบดีก็ไม่กล้าที่จะเอาป้ายไม้จารึกลงมาทำลาย ได้แต่ระบายความโกรธด้วยการทำลายป้ายวิญญาณ
ก็เพราะป้ายไม้จารึกเหล่านี้เอง ศาลบรรพชนแห่งนี้จึงยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี
หลี่เต้าเก็บป้ายวิญญาณแผ่นหนึ่งขึ้นจากพื้น เป่าฝุ่นบนนั้นออกแล้วมองดู มันเป็นป้ายวิญญาณของปู่ทวดเขา เขาหันไปพูดกับหลิวซิ่วเอ๋อร์และเหมียวเมียวซิน
“รบกวนช่วยเก็บหน่อย”
ไม่นานทั้งสามคนก็เก็บป้ายวิญญาณทั้งหมดบนพื้นขึ้นมา แล้วนำกลับไปวางไว้บนโต๊ะบูชาตามเดิม เมื่อเห็นว่าป้ายวิญญาณทั้งหมดกลับเข้าที่แล้ว หลี่เตาจึงหันกลับไปมองหญิงสาวทั้งสอง
“ตอนนี้พวกเจ้าเข้าใจแล้วใช่หรือไม่ว่าเพราะเหตุใด”
ตอนนี้หากหญิงสาวทั้งสองยังไม่เข้าใจก็คงเป็นคนโง่เต็มที เพราะแซ่ที่เขียนอยู่บนป้ายวิญญาณนั้นชัดเจนยิ่งนัก พวกนางได้เห็นอย่างชัดเจนในระหว่างที่ช่วยเก็บ
“แต่ว่าทำไมถึง…” หลิวซิ่วเอ๋อร์ถามอย่างระมัดระวัง
หลังจากจัดป้ายวิญญาณเรียบร้อยแล้ว หลี่เต