จ้าวอี้ก้าวเดินไปข้างหน้าจนมาถึงตรงหน้าองครักษ์หญิงคนหนึ่งและพูดอะไรบางอย่าง องครักษ์หญิงเอียงหน้ามองมาทางที่หลี่เตาและคณะยืนอยู่แล้วจึงพยักหน้า
“รบกวนขันทีรออีกสักครู่ ข้าจะไปรายงานให้ทราบก่อน”
หลังจากพูดจบ องครักษ์หญิงคนหนึ่งก็ยังคงอยู่เฝ้าต่อ ส่วนอีกคนได้เดินเข้าไปในลานเรือน
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จแล้ว จ้าวอี้จึงกลับมาหาหลี่เตาอีกครั้งและอธิบายว่า
“นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ใหญ่เมื่อสี่ปีก่อน ฝ่ายในก็ไม่อนุญาตให้บุรุษเข้าไปอีก แม้แต่กับพวกข้าที่เป็นขันทีเอง หากต้องการเข้าฝ่ายในก็ต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดเสียก่อน”
หลี่เต้า “…..”
พูดไปพูดมา เขาก็เข้าใจว่ากฎระเบียบเหล่านี้ล้วนแต่มีไว้เพื่อป้องกัน
เขาไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากลานเรือนไม่ไกลนัก จ้าวอี้เงยหน้าขึ้นมองแล้วเอ่ยว่า
“องค์หญิงเสด็จมาแล้ว”
ในไม่ช้า ท่ามกลางหมู่นางกำนัลที่กำลังห้อมล้อมอยู่ ร่างของคนที่เคยปรากฏตัวในความฝันของหลี่เตาหลายครั้งก็มาอยู่ต่อหน้าทุกคน
“ขันที…”
องค์หญิงหมิงเยวเพิ่งจะเอ่ยปากถามถึงสถานการณ์ของเสี่ยวอวิ้เออร์ ทันใดนั้นนางก็รู้สึกถึงบางสิ่ง จึงกวาดสายตามองไปยังด้านข้างอย่างรวดเร็ว เมื่อมองเห็นแล้วก็ทำให้นางชะงักงันไปทันที
เหตุใดเขาจึงมาอยู่ที่นี่?
และเมื่อเห็นเสี่ยวอวิ้เออร์ที่หลับไปอย่างสบายใจในอ้อมกอดของหลี่เตา หัวใจของนางก็ยิ่งเต็มไปด้วยความสงสัยนับหมื่น นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?