เมื่อได้สติกลับมาหลีเต้าก็สังเกตเห็นความสงสัยในดวงตาของอีกฝ่าย เขาเดาได้ว่าอีกฝ่ายคงรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่าง แต่เขาไม่กังวลว่าตนเองจะถูกจำได้ ต้องรู้ว่าเมื่อสี่ปีก่อนนั้นเขาเป็นเพียงคุณชายเสเพล วันๆ เอาแต่ลิ้มอาหารเลิศรส ตัวเต็มไปด้วยกลิ่นน้ำหอม เนื่องด้วยไม่เคยออกกำลังกายมาหลายปี ทั้งตัวจึงดูมันเยิ้มและน้ำหนักเกินมาตรฐาน ผิวพรรณดูไม่ดีเอาเสียเลย ยิ่งไปกว่านั้นตอนนั้นเขาก็อายุแค่สิบแปดปี ยังอ่อนหัดไม่โตเต็มที่
แต่ตอนนี้ละ ระหว่างทางไปยังค่ายนักโทษประหารในตอนนั้น ไขมันในร่างกายของเขาถูกบีบเค้นออกไปเกือบหมด หลังจากได้รับระบบแล้ว พลังกายของเขาถึงได้เพิ่มขึ้น ด้วยความช่วยเหลือของระบบกล้ามเนื้อเขาแข็งแรงขึ้น ใบหน้าก็ไม่ได้กลมมนเหมือนแต่ก่อน แต่กลับมีโครงหน้าที่คมเข้ม กอปรกับการเติบโตมาหลายปีและการเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพไปอย่างมาก แม้แต่จิ่วเอ๋อร์ที่เคยรับใช้เขามาตั้งแต่เล็กยังเกือบจำเขาไม่ได้ตอนที่เขาเพิ่งออกจากค่ายนักโทษประหารใหม่ๆ ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่นางจะจำเขาได้ เพราะพวกเขาเคยพบกันเพียงแค่คืนเดียวเท่านั้น
“ถวายบังคมองค์หญิงพะยะค่ะ”
ในขณะที่องค์หญิงหมิงเยว่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น หลีเต้าก็เอ่ยทักทายขึ้นมาก่อน ดวงตาองค์หญิงหมิงเยว่พลันกระตุก นางได้สติกลับมาก่อนจะเอ่ยว่า “ท่านอู่อันกงไม่ต้องมากพิธี ข้าต้องขอบคุณท่านที่ช่วยเสี่ยวอวิ่นเอ๋อร์เอาไว้”
หลังพูดจบนางก็มองไปที่เสี่ยวอวิ่นเอ๋อร์