เช่นไร”
เมื่อได้ยินดังนั้นขุนนางฝ่ายทหารก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก หลีเต้ากำลังครอบครองความได้เปรียบ พวกเขาย่อมสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง ส่วนพวกขุนนางฝ่ายปกครองนั้นเนื่องจากซุนเซียนได้ลงมือแล้ว ชัดเจนว่าหลิวหงและอีกสองคนกลายเป็นเบี้ยที่ถูกทิ้ง พวกเขาจึงย่อมไม่พูดอะไรมาก ดังนั้นหลิวหงและอีกสองคนจึงถูกโดดเดี่ยวโดยสิ้นเชิง
เมื่อเห็นเช่นนั้นฮ่องเต้จึงเอ่ยว่า “ถ้าเช่นนั้นแล้วก็จงนำตัวพวกเขาทั้งสามคนไปขังไว้ในคุกหลวงก่อนเถิด” เมื่อได้ยินคำพูดนี้หลิวหงและอีกสองคนก็พลันรู้สึกสิ้นหวัง แม้ว่าจะฟังดูเหมือนเพียงแค่ถูกส่งเข้าคุกหลวง แต่ความจริงแล้วนั้นพวกเขาสามารถรอความตายได้เลย ตั้งแต่โบราณกาลคนที่สามารถเข้าไปในคุกหลวงและมีชีวิตรอดออกมาได้นั้นมีเพียงหนึ่งในร้อยคน
ในวาระสุดท้ายก่อนตาย พวกหลิวหงทั้งสามคนได้มองไปที่ซุนเซียน พวกเขายังอยากดิ้นรนอีกสักครั้ง แต่เมื่อเห็นสายตาข่มขู่ของซุนเซียน ทั้งสามคนก็พลันพูดไม่ออก คำพูดติดอยู่ที่ริมฝีปาก เพราะพวกเขาเดาได้ว่าซุนเซียนหมายถึงอะไร ในตอนนี้หากพวกเขาเงียบปากเอาไว้ คนที่ตายก็จะมีเพียงพวกเขาสามคนเท่านั้น แต่ถ้าหากกล้าพูดอะไรออกมา คนที่ตายก็จะไม่ใช่แค่พวกเขาสามคนอีกต่อไป ดังนั้นไม่นานทั้งสามคนก็ถูกลากออกไปเหมือนกับสุนัขตาย
ฮ่องเต้หันไปมองหลีเต้า “อู่อันป๋อ เจ้าพอใจแล้วใช่หรือไม่”
หลีเต้ากล่าวเสียงเบา “กระหม่อมเพียงต้องการพิสูจน์ว่าทุกอย่างในฎีกานั้นเป็นความจริ